Honda ADV350 คุ้มมั้ย ? หากเปลี่ยนใจจาก Forza 350

แบ่งปันเรื่องนี้

หลังจากที่ Honda ADV350 ได้ถูกเปิดตัวเป็นครั้งแรก ในบ้านเรา เจ้านี่ ก็กลายเป็นรถมอเตอร์ไซค์ดาวเด่นที่สุดในตลาดทันที ด้วยความเป็นรถที่ผสมผสาน ระหว่างเรื่องลุยและความสบายในการขับขี่ ตอบตลาดสายเที่ยวสายลุย

Honda  ADV 350 Review

จุดประสงค์ในการใช้งานที่จะมีแตกต่างจากบิ๊กสกู๊ตเตอร์ยอดนิยมอย่าง Honda Forza 350 วันนี้หลายคน จึงเริ่มมองรถรุ่นนี้มากขึ้น แต่มันดีแค่ไหน เมื่อเทียบกับพี่ชายที่ออกมาขายเมื่อปีกลาย เรามาดูไปพร้อมกันครับ

22YM HONDA ADV350

แรกสุดหากเริ่มจากหน้าตาภายนอก Honda ADV350 ก็จะมาพร้อมกับหน้าตาที่เน้นเส้นสายที่ย่อส่วนลงมาจาก X-ADV 750 ตั้งแต่งานออกแบบชุดโคมไฟคู่หน้า, ไฟเลี้ยว, และไฟท้าย ที่ทั้งหมดล้วนเป็นแบบ LED

ชุดแฟริ่งข้างตั้งแต่หัวจรดท้ายเองก็มีเส้นสายที่ไม่หนีไปจากพี่ใหญ่มากนัก เว้นเพียงช่วงท้ายที่อาจจะดูบวมๆไปบ้าง สืบเนื่องจากมันใช้พื้นฐานของ Honda Forza 350 อยู่

Honda  ADV 350 Review

ออพชันที่น่าสนใจในตัวรถรุ่นนี้ก็มีทั้ง ชุดวินชิลด์หน้านำเข้าจากอิตาลี สามารถปรับความสูงได้ 4 ระดับด้วยมือ ไม่ใช่แบบปรับด้วยไฟฟ้าเหมือน Forza 350 แต่ก็ถือเป็นเรื่องเข้าใจได้ ในเรืองความทนทานให้เหมาะสมกับความเป็นรถลุย

ตำแหน่งลูกบิดสตาร์ทรถ และปลดล็อคถังน้ำมัน ตลอดจนการเปิด-ปิด ที่เก็บของใต้เบาะ ถูกย้ายตำแหน่งมาไว้ตรงกลาง ในระนาบเดียวกับแผงคอบน ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับที่ทาง Honda ใช้ในพี่ใหญ่ X-ADV 750

ช่องเก็บของด้านหน้า มีพอร์ทชาร์จไฟแบบ USB Type-C เหมาะสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนยุคใหม่

ชุดหน้าจอมาตรวัดแบบ Full-Digital LCD อินเตอร์เฟซคล้ายกับ X-ADV แสดงผลได้ครบครัน ทั้งรอบเครื่องยนต์, ความเร็ว, ความร้อน, ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง, ระยะทาง, ทริป, และเวลา ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือมันมาพร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง HSVC แบบ Built-In (เฉพาะรุ่น RoadSync Type) ช่วยให้ผู้ขี่สะดวกสบายในการใช้งานฟังก์ชันต่างๆของโทรศัพท์มากขึ้น และไม่ดูเกะกะเหมือนกับของ Forza 350 RoadSync ที่ต้องมีประกับสวิทช์แยกออกมาอีกทีสำหรับควบคุมระบบ HSVC นี้โดยเฉพาะ

Honda  ADV 350 Review

สมรรถนะการขี่ในภาพรวม คงต้องเริ่มจากท่านั่ง แม้ลำตัวช่วงล่างไม่ได้มีความแตกต่างจาก Forza 350 มากนัก เนื่องจากใช้ชุดเฟรมเดียวกัน (ของ ADV มีการปรับปรุงเสริมความแข็งแรงขึ้นนิดหน่อย) แต่ด้วยการออกแบบชิ้นแฟริ่งช่วงฟลอบอร์ดใหม่ จึงทำให้ผู้ขี่ยังสามารถจัดตำแหน่งเท้าได้อย่างอิสระในจังหวะที่ต้องยืนเพื่อควบคุมรถบนทางขรุขระ (อาจจะติดเรื่องความกว้างไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้หนักหนาเท่าไหร่)

บาะนั่งของมันจะสูงกว่า Forza 350 ถึง 15 มิลลิเมตร เพิ่มเป็น 795 มิลลิเมตร แต่ในมุมของผู้ทดสอบที่สูงเพียง 168 เซนติเมตร ก็พบว่ามันไม่ได้ทำให้การขึ้นลงตัวรถ Honda ADV350 มีความยากลำบากมากเท่าไหร่นัก

ในส่วนของการวางเท้าตอนจอดก็ยังต้องใช้วิธีเอียงก้นช่วยนิดๆเพื่อวางเท้าข้างใดข้างหนึ่งให้เต็มพื้นถนนหมือนกันอยู่ดี และแน่นอนว่าถ้าจะวางทั้งสองเท้าบนพื้น ก็จะมีอาการเขย่งอยู่หน่อยๆ สำหรับคนไทยไซส์ปกติ ส่วนคนตัวสูงไม่น่าจะลำบากเท่านี้

สิ่งที่ต่างกันอย่างชัดเจนในเรื่องของท่านั่ง ระหว่าง Honda ADV350 และ Honda Forza 350 ก็คือ การจัดตำแหน่งลำตัวช่วงบน เพราะแม้ท่านั่งเดิมๆของ Forza จะจัดว่าค่อนข้างนั่งสบายอยู่แล้ว แต่เมื่อเทียบกับ ADV350 ที่มาพร้อมกับแฮนด์บาร์กว้างกว่าเดิม และสูงกว่าเดิม จึงทำให้ ADV มีท่านั่งที่ดูโอ่อ่ามากกว่า ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะแฮนด์บาร์ของมันต้องออกแบบมาเผื่อให้ผู้ขี่สามารถควบคุมรถได้ในท่ายืนด้วย

ในทางกลับกัน ด้วยการจัดตำแหน่งแฮนด์เช่นนี้ ประกอบกับการที่ตัว ADV350 มีการ์ดแฮนด์พลาสติกขนาดใหญ่มาด้วย จึงน่าจะทำให้การมุดลัดเลาะตามช่องจราจรต่างๆจะกลายเป็นเรื่องที่ยากกว่า Forza 350 อย่างชัดเจนขึ้นมาในทันที

อีกจุดที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนจาก Forza 350 ก็คือ Honda ADV350 จะมาพร้อมกับชุดโช้กอัพหน้า หัวกลับจาก Showa ช่วงยุบมากกว่า Forza ถึง 36 มิลลิเมตร มีระยะยุบ 125 มิลลิเมตร และยึดเข้ากับชุดเฟรมด้วยแผงคอแบบ 2 ชั้น ส่วนโช้กหลังใช้ของ Showa ด้วยเช่นกัน แถมยังเป็นโช้กแก๊สที่มีช่วงยุบมากกว่าโช้กคู่ธรรมดาๆของ Forza อีก 30 มิลลิเมตร จนมีระยะยุบ 130 มิลลิเมตร

จากการปรับเปลี่ยนขนาดใหญ่เช่นนี้ จึงทำให้ลักษณะการทำงานของระบบช่วงล่างใน ADV350 มีความแตกต่างจากร่างต้น Forza 350 อย่างชัดเจน เพราะร่างตันๆ ของมันมีความฉับไวในการพลิกเลี้ยว สามารถหันหน้าเข้าโค้งได้อย่างเฉียบคม คล่องตัว ฝั่ง ADV350 ช่วงล่างที่มีความยืดหยุ่นสูง ในจังหวะการเบรกอาจจะรู้สึกว่าช่วงหน้ารถยุบตัวเยอะไปหน่อยบ้าง และการเข้าโค้งต้องอาศัยการวางไลน์มากกว่าเล็กน้อย แต่เมื่อเลี้ยวเข้าไปแล้ว จะรู้สึกได้ถึงความมั่นคงมากกว่า

ส่วนการออกโค้งอาจเจออาการ’บานโค้ง’ มากกว่า Forza เล็กน้อย เนื่องจากโช้กของ ADV ทางหลังมีการยุบตัวและโช้กหน้าก็ยืดตัวออกมากกว่า ทำให้ระยะเทรลและฐานล้อของรถมีการขยับเพิ่มขึ้นในขณะเปิดคันเร่งได้มากกว่าของร่างต้น ซึ่งส่งผลถึงวงเลี้ยวของรถในตอนออกจากโค้งที่กว้างกว่านั่นเอง

Honda  ADV 350 Review

ที่สำคัญคือในขณะที่ฝั่ง Forza หากผู้ขี่มั่นใจกับช่วงล่างมากไป อาจเจอกับอาการเอียงเพื่อเลี้ยวเพลินจนขาตั้งคู่ก็ขูดพื้นได้ง่ายๆ แต่ของ ADV นั้นกลับสามารถเอียงรถลงไปได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทั้งนี้ก็เป็นเพราะความสูงใต้ท้องรถที่ถูกยกขึ้นจาก Forza อีก 8 มิลลิเมตร

อีกสิ่งหนึ่งที่ใครหลายๆคนอยากจะทราบกันก็คือความสามารถในการซับแรงกระแทกต่างๆ เรียนกันตามตรง แม้ระบบกันสะเทือนของ ADV350 จะมีช่วงยุบที่มากที่สุดในรถสกู๊ตเตอร์คลาสเดียวกัน จนมันสามารถซับแรงกระแทกจากผิวถนนลูกรังได้ดีแบบเนียนกริบ หายห่วง แถมด้วยแผงคอสองชั้น จึงทำให้ผู้ขี่รู้สึกมั่นคงและอุ่นใจในการลงหลุมร่องต่างๆมากกว่า ทว่าด้วยความที่ยังไงมันก็ยังคงเป็นรถสกู๊ตเตอร์มีระบบส่งกำลังแบบ CVT ยึดเข้ากับชุดล้อหลังโดยตรง จึงทำให้ในยามที่ต้องเจอหลุม หรือหลังเต่ารัวๆ หากขี่ด้วยความเร็ว ก็ยังพบอาการ ท้ายเหวี่ยงขึ้นลงอยู่ดี (ซึ่งเป็นอาการเดียวกันกับ ADV150)

ฝั่งระบบเบรกของ ADV350 ไม่ได้มีการปรับสเป็คใดๆทั้งสิ้นเมื่อเทียบกับ Forza 350 ทว่าด้วยการเซ็ทอัพช่วงล่างที่ต่างกัน จึงทำให้อาการของรถตอนเบรกมีความแตกต่างพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่เบรกหนักๆ เพราะเมื่อช่วงยุบโช้กหน้าของ ADV มีมากกว่า Forza บวกกับความหนืดของโช้กที่มากกว่า จะพบว่าเมื่อเบรกรถ ADV แล้ว มันอาจจะให้ความรู้สึกหน้าจมมากไปบ้าง แต่มันเป็นการจมที่มั่นคง ไม่ได้รู้สึกหวิวหรือไวแต่อย่างใด

ด้านเครื่องยนต์ของ ADV350 ยังคงเป็นบล็อคเดียวกับ Forza 350 นั่นคือเครื่องยนต์ eSP+ สูบเดียว SOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 327cc กำลังสูงสุด 29.23 PS ที่ 7,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดอีก 31.5 นิวตันเมตรที่ 5,250 รอบ/นาที ที่แทบจะไม่ได้มีการปรับจูนใหม่ใดๆตั้งแต่ไส้ในยันชุดระบบส่งกำลัง แต่เช่นเดิม คือด้วยการเซ็ทอัพระบบกันสะเทือน และน้ำหนักที่ต่างกัน จึงทำให้ความรู้สึกในการเรียกอัตราเร่งต่างกันเล็กน้อย นั่นคือเราจะรู้สึกได้ถึงความแรงของตัวรถที่มากขึ้น แต่ไม่ได้เป็นเพราะเครื่องยนต์แรงขึ้น ทว่าเป็นเพราะโช้กหลังมันจมลงมากกว่าตอนเร่งหนักๆต่างหาก เลยรู้สึกเหมือนรถมันเร่งได้แรงกว่าก็เท่านั้น

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่เกริ่นถึงไม่ได้ก็คือ เรื่องของระบบ HSTC หรือ Honda Selectable Torque Control ที่ในคราวนี้สำหรับตัว ADV350 จะสามารถปรับค่าในการทำงานได้ 2 ระดับ จากเดิมใน Forza 350 ที่จะถูกเซ็ทค่าให้ทำงานเพียงระดับเดียวเท่านั้น

โดยหากให้อธิบายลักษณะการทำงานโดยคร่าวๆของระบบ HSTC ใน ADV350 เบื้องต้นแล้ว หากเป็นการทำงานในระดับ 2 ซึ่งเป็นระดับการทำงานแบบเริ่มต้นตอนสตาร์ทเครื่องยนต์ การทำงานของมันจะเหมือนกันกับระบบ HSTC ของ Forza ที่จะแทบไม่ปล่อยให้ล้อหลังลื่นไถล หรือหมุนไวกว่าล้อหน้าเลยแม้แต่น้อยเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ทว่าหากปรับระบบ HSTC เป็นระดับ 1 เมื่อไหร่ คราวนี้ระบบจะอนุญาตให้ล้อหลังสามารถหมุนไวกว่าล้อหน้าได้ราวๆ 20-30 เปอร์เซ็นต์ หรือว่าในอีกมุมก็คือ จะทำงานเพียง 70-80 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เมื่อเทียบกับการทำงานของระบบ HSTC ระดับ 2 ซึ่งเมื่อใช้งานจริง หากเป็นผู้ขี่หน้าใหม่ ก็อาจจะหวิวๆหน่อย เพราะจะรู้สึกเหมือนล้อหลังลื่นไม่มีแรงยึดเกาะเท่าไหร่ แต่หากเป็นผู้ขี่ที่มีประสบการณ์ ก็จะพบกับความสนุกในการเติมคันเร่งรถ ADV350 เพื่อตะกรุยล้อหลังออกจากอุปสรรคได้อย่างง่ายดาย

Honda  ADV 350 Review

สรุป หากคุณเป็นคนที่ยังคงเน้นการใช้งานรถในเมืองเพียงอย่างเดียว Honda Forza 350 ยังคงเป็นรถบิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานในลักษณะนี้มากที่สุดเช่นเดิม จากความคล่องตัวทั้งในส่วนการเซ็ทอัพช่วงล่าง และขนาดตัวรถ

แต่ถ้าคุณกำลังมองหารถบิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่เมื่ออกทริปทางไกล แล้วสามารถนำไปใช้บนทางลูกรังได้แบบพอกรุบกริบ หรืออย่างน้อยๆถ้าเจอร่องหลุมต่างๆบนถนนผิวดวงจันทร์ของประเทศไทยก็ไม่อยากกังวลอะไร Honda ADV350 ก็อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า ด้วยระบบกันสะเทือนที่มีช่วงยุบมากกว่า และระบบ HSTC ที่เอื้อให้ผู้ขี่สามารถสนุกในการตะกรุยทางฝุ่นได้มากกว่า

โดยตอนนี้ เจ้าสกู๊ตเตอร์สายลุย มีเฉดสีให้เลือก 3 แบบด้วยกัน ได้แก่ สีดำ, สีแดง, และสีเงิน และวางจำหน่ายในประเทศไทย ด้วยตัวเลือก 2 รุ่นย่อย
– Honda ADV350 Standard : 181,900 บาท
– Honda ADV350 RoadSync Edition : 183,900 บาท

ทิ้งท้ายกันสักนิดว่า การรีวิวครั้งนี้ เป็นเพียงการรีวิวแบบ First Impression เท่านั้น ยังไม่ได้เป็นการรีวิวแบบ Full Review แต่หากทีมงาน Ridebuster มีโอกาสได้ลองนำตัวรถรุ่นนี้มาลองใช้งานแบบยาวๆเมื่อไหร่ เราจะรีบทำฟูลรีวิวให้ทุกท่านได้ติดตามกันโดยเร็วแน่นอน

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments