8 เหตุผล รถกระบะ อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด สำหรับคุณ

แบ่งปันเรื่องนี้

จะซื้อรถยนต์มาใช้งานสักคัน ผมเชื่อว่า รถคันแรกๆ ที่ถูกพิจารณาขึ้นมา หนีไม่พ้นรถกระบะ ด้วยความเป็นรถที่คุ้นเคยคนไทย มาพร้อมการใช้งานที่หลากหลาย จะลุยก็ได้ จะขับชิลก็ดี รถระบะ เป็นทางเลือกที่คนไทยต้องการ จนในอาเซียน มีเราเป็นตลาดสำคัญ

แต่เคยตั้งคำถามไหมว่า มันคุ้มค่าจริงๆ หรือ ที่คุณ จะเลือก รถกระบะ มาเป็นคู่ใจ แล้วเราจะได้ใช้งานมันคุ้มหรือเปล่า

1.ขับยาก

ใครที่ขับรถแรกๆ อยากจะบอกตรงนี้เลยว่า รถกระบะ เป็นรถที่ขับใช้งานค่อนข้างยาก เมื่อเปรียบเทียบกับรถเก๋ง เนื่องจากมันมีความยาวมากกว่า และกว้างกว่า รวมถึงรถกระบะสมัยนี้ส่วนใหญ่มาพร้อมยางขนาดใหญ่ ประกอบกับขนาดรถที่ใหญ่ขึ้น ทำให้มันใช้งานลำบากขึ้นมาก

อาจไม่เหมาะกับการขับขี่ในเมือง สักเท่าไร แต่ถ้าชีวิตคุณไม่ได้ต้องเข้าเมืองทุกวันก็พอเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

รถกระบะ  Isuzu  D-Max

2.เครืองดีเซลอาจไม่ได้ประหยัดอย่างที่คิด

เครื่องยนต์ดีเซล ได้รับการยอมรับ เรื่องความสามารถในด้านความประหยัดมาตลอด แต่ถ้ามาดูให้ดี คุณจะพบว่า เครื่องยนต์ที่ติดตั้งในรถกระบะส่วนใหญ่ จะมีขนาดใหญ่ เครื่องเล็กที่สุด เป็นของ Isuzu ขนาด 1.9 ลิตร

เครื่องยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบใหญ่ ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการบรรทุกสิ่งของ เวลาคุณบรรทุกของขับแล้วจะได้ไม่อืดเป็นเรือเกลือ เครื่องยนต์ขนาดใหญ่เหล่านี้ ไม่ได้ประหยัดอย่างที่เราคิด มันมีอัตราประหยัดราว 11-13 ก.ม./ลิตรเมื่อวิ่งนอกเมืองในกลุ่ม 1.9-2.4 ลิตร ในความเร็ว 100-120 ก.ม./ช.ม.

เปรียบเทียบกับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร จะมีอัตราประหยัด 14-16 ก.ม./ลิตร ส่วนหนึ่งก็ด้วยน้ำหนักตัวที่เบากว่า และทรงรถที่ไม่ต้านอากาศมากเหมือนรถกระบะ รถเก๋งจึงประหยัดกว่า

3.แคปไม่ได้ไว้โดยสาร

อันนี้คนไทยชอบทำ และภาครัฐอยากจะแก้ไขพฤติกรรมนี้ หลายคนชอบกระบะแคป ด้วยราคาของมันถูกกว่า และพอจะเบียดคนขึ้นไปโดยสารเดินทางได้

ในความเป็นจริง พื้นที่กระบะแคปไม่ได้ถูกออกแบบไว้สำหรับการโดยสาร ในต่างประเทศ ถูกออกแบ บเพื่อ การบรรทุกสิ่งของที่ไม่สามารถจัดวางไว้ได้ในที่เปิดโล่ง กระบะท้าย และจากโรงงาน ไม่มีเบาะรองนั่งมาให้ แต่มันเป็นของที่ตัวแทนจำหน่ายมาติดตั้งกันเองในภายหลัง

รถกระบะ Mazda BT 50 2021

ด้วยการใช้งานจากรุ่นสู่รุ่น คนไทย จึงนิยมนั่งในแคป สำหรับเดินทาง จนคุ้นชิน หากไปดูประกันภัยจะพบว่า รถกระบะแคป จะรับผิดชอบผู้โดยสารเพียง 3 คน ถ้าเกินกว่านั้น เกิดอุบัติเหตุ ก็ตัวใครตัวมัน

ดังนั้นใครเพื่อนเยอะ ชอบไปด้วยกันบ่อยๆ อาจไม่ตอบโจทย์

4.ค่าผ่อนไม่ถูก

รถกระบะในวันนี้ ไม่ได้มีราคาถูกมากเหมือนในวันวาน กระบะ ราคาเป็นล้านบาทก็มีให้เห็นจนชินไปแเล้ว

กับรุ่นเริ่มต้น 4 ประตูตัวเตี้ย ราคาขายจะเริ่มต้นที่ 6 แสนบาทปลายๆ แถมไม่ได้มีออพชั่นมาให้มากมายนัก อาทิ

  • Isuzu D-Max 1.9 Ddi S ราคา 686,000 บาท
  • Toyota Revo Z Edition ราคา 699,000 บาท

ยิ่งถ้าใครขับเกียร์ธรรมดาไม่เป็น ต้องซื้อเกียร์ออโต้ ก็ต้องขยับไปยัง เป็น 7 แสนบาท กลางๆ อาทิ

  • Isuzu D-Max 1.9 Ddi S A/T ราคา 721,000 บาท
  • Toyota Revo Z Edition A/T ราคา 739,000 บาท

ด้วยราคาขนาดนี้ ค่างวดการผ่อนรถ 4-5 ปี จะอยู่ราวๆ 10,000 กว่า บาท ถ้าดาวน์ราวๆ 25% ถ้าดาวน้อยกว่านั้น ก็ยิ่งค่างวดสูงตามไปด้วย แต่มีข้อดีอยู่เรื่องกระบะสามารถผ่อนได้สูงถึง 84 เดือน

5.ค่าบำรุงรักษาแพง

นี่เป็นเรื่องจริงที่คนใช้กระบะทุกคนรู้ดีว่า ค่าบำรุงรักษารถกระบะไม่ถูกอย่างรถเก๋ง รถใหญ่ขึ้นใช้ยางใหญ่ขึ้น ก็ตามมาด้วยค่าบำรุงรักษาแพงขึ้น

เริ่มตั้งแต่การต่อภาษี ถ้ารถคุณป้ายเขียวตีเป็นกระบะบรรทุก ก็อาจจะไม่ได้แพงมากมายนัก แต่ถ้าเมื่อไรก็ตาม คุณซื้อกระบะ 4 ประตู เรื่องจะกลับตาลปัตร กระบะ 4ประตู ป้ายดำ จะคิด ภาษีแบบรถเก๋ง

ลองคิดว่า รถที่มีเครื่องขนาดเล็กที่สุด ยังต้องเสียภาษีปีละประมาณ 1,900 บาท ต่อปีไม่รวมพรบ. ไหนค่าประกันภัยชั้น 1 ก็เฉลี่ยราวๆ ปี 2-3 หมื่นบาท เป็นค่าใช้งานรถ

ที่พูดนี่ยังไม่รวม ค่าถ่ายน้ำมันเครื่อง ที่ต้องทำเป็นประจำ อย่างน้อยปีละครั้ง ปัจจุบัน ถึงจะยืดระยะทางได้ 15,000 ก.ม.ต่อการถ่าย 1 ครั้งแต่ถ่ายครั้งหนึ่ง ก็ใช้น้ำมันเครื่องราวๆ 6 ลิตร ก็ถือว่าไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่น้อย

ยางรถที่ต้องเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัย ก็เป็นอีกสิ่งถ้าวิ่งเยอะ ยางหมดไว เปลี่ยนชุดหนึ่ง ก็ต้องมีต่ำ เส้นละ 3-4 พันบาท ชุด ตีเสียหมื่นกว่าบาท โดยเฉพาะ กลุ่มกระบะยกสูง ยางยิ่งแพงเป็นเงาตามตัว

ถ้าเอาแบบใกล้ตัวที่สุดก็คือ ค่าล้างรถ ไปจ้างเขาล้าง เขามักจะคิดไซส์ใหญ่ทันที ไมต้องสืบ ยังดีนะค่าที่จอดรถ กับทางด่วนไม่มีการคิดตามขนาดตัวรถ

6.นั่งไม่สบายนะ อยากเตือน

ใครที่คิดซื้อกระบะ หวังว่าใช้งานจะนั่งสบาย พูดตรงนี้เลยว่า รถกระบะอย่างก็ไม่มีทางนั่งสบายเท่ารถเก๋ง

รถกระบะ Ford Ranger 2011

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็มาจากโครงสร้างพื้นฐานตัวรถแบบมีแชสซี ตัวโครงห้องโดยสารจริงๆ จะถูกวางบนแชสซีเหล่านี้ โดยระบบช่วงล่างติดตั้งเข้าสู่แชสซีอีกที และนอกจากนี้กระบะทุกรุ่น ยกเว้น Ford Ranger Raptor จะใช้ช่วงหลังที่เป็นแหนบ

มันเก็บอาการให้ความนุ่มนวลไม่ดีเท่ากับ ช่วงล่างทอร์ชันบีม และด้วยโครงสร้างพื้นฐานจามที่กล่าว ทำให้ยังไงเสียหากต้องการรถนั่งสบาย รถกระบะก็ยังไม่สู้เก๋ง

7.ชอบเผื่อ แต่นานๆ ที

ที่ได้ยินบ่อยมา เวลาใครสักคนจะซื้อกระบะ คือ แถวบ้านน้ำท่วมบ่อย เผื่อว่า … และยังมีเหตุผลมากมายที่เป็นแบบนี้ อาจจะเผื่อไปเที่ยวลุยๆ , เผื่อได้ใช้บรรทุกของ จะได้ไม่ต้องจ้างรถรับจ้างเป็นต้น

รถกระบะ Ford Ranger 2011

การเผื่อ ทำให้คุณคิดสุดโต่งที่สุดในการใช้งานรถ และคิดว่ารถที่ตอบโจทย์ได้ดี สุดท้ายก้น่าจะเป็นกระบะ ทั้งๆ ที่ ปีหนึ่ง คุณอาจจะซวยถนนทางเข้าบ้านน้ำท่วมสุงเพียงปีละหน ซึ่งตามสถิติ มันจะไม่ท่วมสูงซ้ำ เพราะ อบต.ก็จะต้องมาจัดการ ถ้ามีน้ำท่วม จบปีนั้น ก็คงจะมีการลอกท่อลอกบึง

เช่นเดียวับการเที่ยวลุย ถ้าพื้นที่อุทยานปกติ ไม่ได้ เน้นขับเข้าป่าลึก การันตีว่า ยังไง รถเก๋งก็ไปได้แน่นอนสบายใจได้หายห่วง เพียงแค่อาจจะมีบางช่วงที่ถนนไม่ดีบ้างก็เป็นธรรมดา ของต่างจังหวัด

ส่วนเรื่องการบรรทุก ถ้าคุณไม่ได้ทำอาชีพค้าขาย กล้าพูดว่า นาานที จะได้ ใช้พื้นที่กระบะท้าย แล้ว เราจะซื้อรถที่มีพื้นที่ที่เราไม่ได้ใช้งานบ่อยๆไปทำไม น่าคิด

8.เลิกคิด ถ้าเน้นใช้งานในเมือง

ถ้าคุณเป็นคนที่เน้นซื้อรถใช้งานในเมืองเป็นประจำ อยากให้เลิกคิดซื้อรถกระบะจะดีกว่า

รถกระบะมีความยาว ความใหญ่ มักเป็นปัญหาในการขึ้นลงอาคารจอดรถ และ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการหาที่จอดรถ รวมถึงพวงมาลัยก็มีน้ำหนักพอตัวในการใช้งาน ต้องสาวกันหลายทีกว่าจะเข้า หรืออกได้ไม่คล่องตัวนัก

รถกระบะ Mazda BT-50

แถมเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ของมันก็กินน้ำมันแหลกในการขับขี่จริง ยิ่งในเมืองด้วยแล้วยิ่งซดน้ำมันอย่างมาก

ดังนั้นถ้าคุณไม่ได้มีอาชีพที่ต้องขนของเป็นประจำ รถกระบะไม่น่าจะใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมในการขับขี่

การซื้อรถกระบะ ของแต่ละคน อาจจะมีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน ที่แน่ๆ เราทุกคนมองว่ารถกระบะเหมาะสม กับสภาพถนนเมืองไทยที่มีหลุมบ่อทุกแห่งหน ความรู้สึกว่ามันถึกไม่ต้องดูแลมาก หากความจริง ชีวิตคุณ จำเป็นต้องมีกระบหรือไม่ น่าคิด



แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments