รถยนต์ไฮบริด 7 ข้อน่าคิด ทางประหยัดควรเลือก มากกว่า รถยนต์ไฟฟ้า …

แบ่งปันเรื่องนี้

ท่ามกลางกระแสน้ำมันแรง ต้องยอมรับว่า หลายคนเริ่มนึกถึงการซื้อรถยนต์คันใหม่ที่ประหยัดน้ำมันมากกว่าเดิม เพื่อตอบสนองการใช้งาน หลายคน มองไปยัง รถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากกระแสความน่าสนใจ ทั้งที่จริงๆ แล้ว รถยนต์ไฮบริด อาจจะตอบโจทย์ตรงกว่า โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว

อาจจะจริง ที่รถยนต์ไฮบริดยังคงปล่อยไอเสียเวลาขับไปบนถนน และประเด็นอื่นๆ อีกมาก ที่อาจจะยังลดค่าใช้จ่ายไม่ได้เต็ม 100 อย่างที่รถยนต์ไฟฟ้าทำ ทว่าก็มีประเด็นต่างๆ มากมาย ที่เราอยากบอกว่า รถไฮบริดที่ขายกันมากมายในวันนี้ อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด สำหรับเราๆ ท่านๆ ก่อนยุครถยนต์ไฟฟ้า

1.ราคาที่พอเอื้อมได้

ข้อแรกที่สำคัญเลย ในขณะที่หลายคนยังฝันหว่นว่า เราจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า วันนี้รถยนต์ไฮบริด หลายรุ่นมีราคาอยู่ในระดับที่คุณสามารถจับต้องได้อย่างสบายๆ โดยไม่ต้องกระเบียดกระเสียน เงินดาวน์เงินผ่อน ก็สามารถเป็นเจ้าของได้ทันที

รถอย่าง Honda City e:HEV มีราคาเริ่มต้นเพียง 839,000 บาท เช่นเดียวกับ รถอเนกประสงค์ อย่าง Nissan kicks e-Power มีราคาเริ่มต้นที่ 889,000 บาท เท่านั้น รถในราคากลุ่ม 8 แสนบาท ไม่ใช่ราคาี่ไกลเกินเอื้อมสำหรับคนทั่วไป

แต่รถยนต์ไฟฟ้าราคาเริ่มต้นที่ 9 แสนบาทปลายๆ เลยทีเดียว

2.ระบบที่หลากหลาย ตอบความต้องการ

ประการต่อมา ระบบไฮบริด ที่ขายในปัจจุบัน มีมากมายหลายแบบ ซึ่งแตกต่างในแต่ละบริษัทผู้ผลิต ระบบแต่ละยี่ห้อ มีเป้าหมายเดียวกัน คือ ลดการปล่อยไอเสียให้ความประหยัดน้ำมันมากขึ้น

แต่คุณยังสามารถเลือกซื้อระบบที่ตรงกับความสามารถในการขับขี่ที่ต้องการ เช่นขับในเมือง อาจจะซื้อระบบ E-Power ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้ามากกว่า เครื่องยนต์ และใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็ก

หรือถ้าขับต่างจังหวัดบ่อยๆ อาจจะเลือก โตโยต้า ที่เน้นใช้เครื่องยนต์สันดาป และมีมอเตอร์ไฟฟ้า เป็นคู่หู ระบบของแต่ละยี่ห้อต่างกัน ซึ่งควรศึกษาให้ดี

สามารภ ศึกษา ลักษณะการทำงานของแต่ละระบบได้ที่นี่

3.การตอบสนองดีกว่า

บางคนอาจจะมองว่า การที่มีทั้งเครื่องยนต์และไฟฟ้า ทำให้ รถไฮบริด จำเป็นต้อง ดูแลรักษาระบบมากถึง 2 ส่วน

หากในทางกลับกัน เหมือนที่สุภาษิตว่า คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย การมี 2 ระบบ ทำให้รถไฮบริด สามารถตอบสนองในการขับขี่ได้ดีมาก ส่วนใหญ่ มันจะมีแรงบิดสูงกว่า สามารถเร่งได้เร็ว เว้นระบบบางแบบที่อาจจะทำงานแบบต่อเนื่องระหว่างกัน เช่นของนิสสัน อาจจะไม่ได้นำกำลังขับมาขับเคลื่อนพร้อมกัน เพราะ เครื่องยนต์ทำหน้าที่แค่ปั่นไฟฟ้าเท่านั้น

4.ไม่ยุ่งยากกับบ้าน

รถยนต์ไฟฟ้าจะใช้ให้ดี ต้องมีตู้ชาร์จที่บ้าน มันเป็นอุปกรณ์ของต้องมี สำหรับคนที่มีบ้านเดี่ยว และยังใหม่อยู่ไม่ใช่ปัญหาเท่าไร

แต่กับคนที่มีบ้านทาวโฮม หรือ ใครอยู่คอนโดฯ จะพบว่า คุณจะมีปัญหาเรื่องการติดตั้งที่ชาร์จ

ทาวโฮม คุณต้องเปลี่ยนสายไฟฟ้าที่เดินเข้าบ้าน และ คัทเอาท์ใหม่ เพื่อขอหม้อมาตรวัดใหม่ เนื่องจาก ตู้ชาร์จ มักจะกินกำลังไฟ ส่วนคอนโด คงไม่สามารถติดที่ชาร์จได้แน่นอน

ดังนั้น รถไฮบริด ยังน่าจะตอบโจทย์มากกว่า

5.ไม่เสียเวลาชาร์จ

การใช้รถยนต์ไฟฟ้า มีข้อดีสำคัญ คือ คุณไม่เสียเวลาชาร์จพวกมันเลย ยกเว้นรถแบบ PHEV ที่สามารถเสียบปลั้กชาร์จได้

การไม่เสียเวลาชาร์จทำให้ การใช้งานค่อนข้างสะดวก จริง ที่รถไฮบริด ยังใช้น้ำมัน และปล่อยไอเสียเวลาขับขี่ แต่ก็อยู่ในระดับน้อยมาก เนื่องจาก ในความเร็วต่ำ มักจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการทำงาน เครื่องยนต์ถูกใช้น้อยลง พอสมควร

รวมๆ คุณไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิตของคุณเองเท่าไรนัก

6.มีรถให้เลือกหลายรุ่น

เทียบกับรถยนต์ไฟฟ้า ปัจจุบัน รถยนต์ไฮบริดมีให้เลือกมากมายหลายรุ่นมากกว่า รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมีเพียง ราวๆ 3-4 รุ่นเท่านั้นที่คนทั่วไปสามารถเลือกซื้อจับต้องได้

แต่รถยนต์ไฮบริด มีตั้งแต่เก๋งเล็ก , อเนกประสงค์ ทั้งขนาดเล็กและขนาดกลาง ไปจนถึง รถซีดาน มีให้เลือกมากมายตามต้องการ

ไม่ต้องกระเบียดกระเสียน เรื่องตัวเลือก ว่ามีน้อยเกินไป

7.ผู้ผลิตก็หลากหลาย

รถยนต์ไฮบริด มีมาจากผู้ผลิตหลายเจ้า ส่วนใหญ่อาจจะมาจากบรรดาผู้ผลิตชาวญี่ปุ่น ปัจจุบันมีหลายแบรนด์ ทั้ง นิสสัน , โตโยต้า , ฮอนด้า มิตซูบิชิ

ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าที่เราๆ ท่านๆ จับต้องได้จริงๆ ในราคาไม่สูงกว่า 1.5 ล้านบาท ทั้งหมดเป็นของผู้ผลิตชาวจีน ทั้งหมด มีเพียง GWM และ MG เท่านั้น ผิดกับตลาดรถยนต์ไฮบริด

รวมๆ แม้ว่า รถยนต์ไฮบริด จะให้ความน่าสนใจอย่างมาก แต่เอาเข้าจริงเราอาจจะเหมาะกับรถยนต์ไฮบริดก็ได้ รถยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่ไม่ดี แต่ยังไม่ใช่ทุกคนพร้อมสำหรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ถ้าคิดว่า อยากลดโลกร้อน โดยไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองมาก แค่ขับรถยนต์ไฮบริด ก็มีส่วนช่วยลดการปล่อยไอเสียแล้วครับ

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments