7 เหตุผล ทำไมคุณไม่ควรซิ่งรถกระบะ

ด้วยความนิยมของคนไทยต่อ “รถกระบะ” ทำให้เรามีโอกาสเห็นการใช้งานรถกระบะที่หลากหลายตั้งแต่ทั่วไป จนถึงแต่งซิ่ง และวันนี้กระบะซิ่งมีมากมายเกลื่อนถนน แต่ก็น้อยคนจะรู้ว่า เราไม่ควรขับรถกระบะเร็วเกินไป ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อคุณเอง และคนรอบข้าง

1.ช่วงล่างหลังไม่เหมาะสม ถ้าไม่นับ Ford Ranger Raptor   กระบะเกือบทุกรุ่นในเมืองไทย จะใช้ระบบช่วงหลังแบบแหนบหลายแผ่นซ้อน ซึ่งมีข้อดีสำหรับการบรรทุก ระบบช่วงล่างแบบนี้อาจมีประโยชน์ในเชิงการใช้งาน

แต่เมื่อ นำมาขับด้วยความเร็วมันจะไม่เกาะถนนเท่าช่วงล่างแบบอิสระอื่น ๆ ซึ่งจะพยายามทำให้ล้อทั้ง 4 ติดพื้นให้มากที่สุด ไม่ว่าจะในทางตรงทางโค้ง จะเจอพื้นต่างระดับมากแค่ไหนก็ตาม มีการให้ตัวมาก แต่ช่วงล่างแบบตายตัว จะจำกัดการเคลื่อนไหว ไม่ให้อิสระภาพการเคลื่อนไหวของชุดดุมล้อมาก จำกัดเพียงการขึ้น- ลงเท่านั้น และช่วงล่างมีความแข็งมากกว่าการซับแรงกระแทก ทำให้เมื่อขับเร็วๆ การกระแทกในบางโอกาส อาจทำให้รถดิ้นสะบัด และ จำเป็นต้องใช้ทักษะการขับขี่ เพื่อควบคุมอาการดังกล่าว รถกระบะ

2.ความสูงเจ้าปัญหา กระบะทุกวันนี้ทั้งมีขนาดใหญ่และมีความสูงมากกว่าเมื่อก่อน มันออกแบบมาเพื่อการใช้งานสมบุกสมบันในการเดินทาง รถจึงมีจุดศูนย์ถ่วงสูงกว่ารถเก๋ง เมื่อมาใช้กับในแง่ขับด้วยความเร็วสูงแล้ว มักจะมีปัญหาในเรื่องการโคลงตัว เมื่อคุณขับแล้วหักพวงมาลัยเร็ว เช่นเปลี่ยนเลน หรือ กระทั่งการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง อันมาจากศูนย์ถ่วงที่สูงกว่าปกติ อาจทำให้ลื้นไถล หรือเกิดการพลิกคว่ำได้ง่ายกว่ารถเก๋ง โดยเฉพาะในสภาพถนนลื่น ต้องระมัดระวังให้ดี

3.ขับหลัง หอกข้างแคร่คุมได้ยาก  รถกระบะทุกรุ่นตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบัน เป็นรถที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ด้วยจุดประสงค์เพื่อให้ออกตัวง่าย เมื่อมีการบรรทุก รถขับเคลื่อนล้อหลังมีข้อดีหลายประการ แต่เมื่อขับด้วยความเร็วสูงมาก อาจเกิดอาการท้ายปัด หรือ ที่เรียกว่า   Over Steer   ได้ง่ายมาก

อาการท้ายปัด สามารถควบคุมได้ด้วยทักษะการขับขี่ รวมถึงอาจต้องมีอุปกรณ์เฟืองท้าย   Limited Slip Differential (LSD)  ก็สามารถจะแก้ไขสถานการณ์ได้อยู่บ้าง ทว่าข้อเท็จจริงคือ เจ้า LSD  ไม่ได้ติดตั้งมาในกระบะทุกคัน ส่วนใหญ่จะมีในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่ซื้อหารถรุ่นนี้ และเจ้าของรถกระบะก็ไม่ได้มีทักษะในการขับขี่เท่ากันทุกคน

ยิ่งเมื่อประกอบกับอาการดีดเด้งของช่วงล่างหลังแหนบ รวมเข้ามา เมื่อขับรถด้วยความเร็ว แม้จะบนทางตรง ก็มีโอกาสเกิด อาการช่วงล่างแข็งโดยเฉพาะยิ่งถ้าโหลดเตี้ย และใช้ล้อแม็กพร้อมยางแก้มเตี้ยกว่าปกติ ยิ่งทำให้ควบคุมยาก

รถกระบะ

 

4.เครื่องแรงเกินไป ทุกวันนี้เครื่องยนต์ดีเซลสมัยใหม่มีความสามารถในการขับขี่เพิ่มขึ้นมาก การพัฒนาทางวิศวกรรม เพื่อให้ผู้ขับขี่ใช้แรงบิดในการบรรทุก และหรือ ผ่านอุปสรรคทางลุยได้ง่าย ข้อจำกัดของแรงบิดข้อหนึ่งคือ เมื่อแรงบิดปั่นล้อจนเอาชนะแรงยึดเกาะถนนของยางรถมันจะทำให้เกิดการลื่นไถลได้ง่ายมาก

ปัญหาสำคัญเรื่องนี้ บริษัทรถยนต์ไม่ได้ใส่ใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเท่าไรนัก ระบบควบคุมการทรงตัวและป้องกันการลื่นไถล ถูกใส่มาในรถกระบะบางรุ่นเท่านั้น และโดยมากจะเป็นรถที่มีราคาตั้งแต่ 9 แสนบาทขึ้นไป หรือรถใหม่ ที่วางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2018 ขึ้นมา นั่นหมายความว่า กระบะส่วนใหญ่ที่ขับใช้งานกันวันนี้ไม่มีระบบควบคุมการทรงตัว และป้องกันการลื่นไถล

รถกระบะ

นั่นทำให้เมื่อคุณขับรถกระบะด้วยความเร็ว ประกอบกับปัจจัยรถขับหลัง โดยเฉพาะบนถนนลื่น เช่นฝนตก อาจเกิดการลื่นไถล และเสียการควบคุมได้ง่าย สมควรระวังให้มาก ยิ่งเจอการเหิรน้ำ จะควบคุมยากกว่ารถช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ 

5.ขาดระบบความปลอดภัยที่จำเป็น เมื่อสักครู่เราพูดว่ากระบะส่วนใหญ่ขาดระบบควบคุมการทรงตัวไปแล้ว นั่นชี้ให้เห็นว่า คุณใช้รถที่ตั้งอยู่บนความเสี่ยงของคุณเองเสมอ

ปัจจุบันรถกระบะส่วนใหญ่อาจจะมีระบบเบรก  ABS   ป้องกันล้อล็อคมาให้เป็นมาตรฐาน แต่เครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูง และสามารถทำให้เกิดการลื่นไถลได้ง่าย กลับต้องการระบบควบคุมการทรงตัว ซึ่งปัจจุบันบริษัทรถยนต์มี่ผลิตรถกระบะ ชั้นนำ ยังไม่ได้ติดพวกมันมาเป็นมาตรฐาน ทั้งที่ในรถยนต์อีโค่คาร์ เครื่องแรงน้อยกว่า กลับมีติดมาให้เป็นมาตรฐานทุกรุ่นที่ผลิตตามวาระโครงการอีโค่คาร์ 2
นั่นหมายความว่า คุณกำลังเสี่ยงตัวคุณเอง โดยพึ่งพาเพียงยาง 4 ล้อ ทักษะการขับขี่ของตัวเอง และดวงเท่านั้น

รถกระบะ

6.เบรกไม่ได้ออกแบบมาให้ขับเร็ว ถ้าคุณมีรถกระบะที่บ้าน จะสังเกตว่า กระบะส่วนใหญ่จะใช้ระบบหน้าดิสก์ พร้อมปั้มเบรก 1 – 2 พอท แล้วแต่ผู้ผลิต และด้านหลังดรัมเบรกขนาดใหญ่ (รถเก๋งราคาตั้งแต่ 7 แสนบาท ขึ้นไปจะเป็นดิสก์ 4 ล้อ) ระบบเบรกแบบนี้เพียงพอที่จะปราบพยศกำลังเครื่องยนต์ ตามที่ผู้ผลิตเห็นว่าสมควรต่อการขับขี่ แต่เมื่อคุณนำกระบะมาแต่งให้มีสมรรถนะมากขึ้น หรือขับเร็วกว่าปกติ ปัญหาคือ ส่วนใหญ่ระบบเบรกแบบนี้มักจะเอาไม่อยู่

จุดตายหลักคือดรัมเบรกหลัง แม้ว่าจะมีพื้นสัมผัสชิ้นจานมากกว่าดิสกเบรก แต่ปัญหาของดรัมเบรก คือมันระบายความร้อนจากชุดฝักไม่ดีนัก

และรู้หรือไม่ว่า รถกระบะทุกรุ่นในปัจจุบัน ระบบเบรกหลังไม่ได้ทำงานมากอย่างที่หลายคนมโน บริษัทรถยนต์ทุกรายติดตั้งระบบวาล์ว  LSPV – Loading sensing Proportioning Valve  วาล์วนี้จะเป็นตัวจำกัดว่า จะให้แรงดันน้ำมันเบรกที่เบรกหลังเท่าไร ขึ้นอยู่กับน้ำหนักบรรทุกที่กระบะหลัง ดังนั้นในรถกระบะเปล่า (ไม่บรรทุก) เบรกหลังจะถูกใช้น้อยมาก  ทีเหลือเป็นหน้าที่เบรกหน้าทั้งหมด

ดังนั้นเมื่อขับกระบะด้วยความเร็วสูง แล้วต้องการเบรกหยุด หรือ ชะลอความเร็วอย่างรวดเร็ว ระบบของรถกระบะอย่างไรเสียจะตอบสนองไม่เทียบเท่าดิสก์เบรก 4 ล้อ ซึ่งทั้ง ตอบสนองไวกว่า และ ให้ระยะทางในการหยุดสั้นกว่า

 

7.พังง่ายในระยะยาว รถกระบะดีเซลในวันนี้ขับสนุกสนานมากกว่ารถเก๋ง เช่นกันการขับด้วยความเร็วอาจเป็นหอกข้างแคร่ที่ทำให้คุณต้องควักเงินจ่ายค่าความบันเทิงในภายหลัง

ระบบเครื่องยนต์เทอร์โบ มีเสน่ห์ในเรื่องสมรรถนะที่ปั้นแต่งออกมาจากเครื่องยนต์ได้มากกว่า เครื่องธรรมดา แต่ในท้ายที่สุดถ้าคุณขับแบบวิ่งสู้ฟัดตลอดเวลา ก็ไม่มีอะไรทนมือทนเท้าไปตลอดหรอกครับ

ปัญหาหนึ่งที่มีรายงานมากในหมู่ช่างซ่อมเครื่องยนต์ดีเซล คือ อาการที่เรียกว่า “เทอร์โบพัง” จะเกิดขึ้นเมื่อผู้ขับขี่ใช้ความเร็วรอบเครื่องยนต์สูงบ่อยครั้ง ทำให้ความร้อนจากเครื่องยนต์ดีเซล อาจกลับออกมาทำร้ายชุดแกน หรือ ใบเทอร์โบ เมื่อใช้งานไปนาน ๆ

ผลคือคุณต้องเปลี่ยนเทอร์โบลูกใหม่ หรือถ้าโชคดี ก็พอจะหาชุดซ่อม มาทำให้เทอร์โบชราภาพกลับมาฟิตปั๋ง

ตลอดจนด้วยแรงบิดมหาศาลการรับแรงจากเครื่องยนต์ของชิ้นส่วนอื่น ๆ ยังอาจทำให้สึกหรอกมากกว่าที่ควรเป็น และทำให้ต้องซ่อมบำรุงเร็วขึ้น

โดยเฉพาะการทำให้รถควันดำท่วมๆ ซึ่งมาจากการฉีดน้ำมันมากกว่าปกตินั้น ในทางวิศวกรรมไม่ได้ช่วยให้เกิดผลดีเลย มันทำให้ความร้อนสะสมที่ลูกสูบมากเกินความจำเป็น ส่งผลให้ในระยะยาวลูกสูบอาจจะได้รับความเสียหาย รวมถึงชุดแหวนลูกสูบอาจสึกหรอเร็วกว่าปกติ  แถมควันดำยังทำให้ระบบหมุนเวียนไอเสีย และระบบกรองไอเสีย อุดตันได้เร็วกว่าปกติในระยะยาวด้วย

 

เป็นอย่างไรบ้างครับ คงจะเห็นแล้วใช่ไหมว่า รถกระบะที่เราใช้งานกันไม่ได้ออกแบบมาให้ซิ่งทำความเร็ว พวกมันถูกออกแบบมาตามวัตถุประสงค์สำหรับ การใช้งานเพื่อการบรรทุก คนที่ต้องการใช้งานลุยทางสมบุกสมบันมากกว่าทำความเร็ว

 

เรื่องโดย ณัฐยศ ชูบรรจง นักทดสอบรถยนต์ และ คอลัมนิสต์ เว็บไซต์   Ridebuster.com  ติดตามผลงานการเขียน และข้อมูลที่น่าสนใจได้ทาง  Facebook 

ติดตามข่าวสารและบทความดีๆ จากพวกเรา Ridebuster.com



Comments

comments