7 เหตุผล ทำไมรถไฮบริด ยังน่าซื้อกว่ารถยนต์ไฟฟ้า

แบ่งปันเรื่องนี้

เป็นกระแสที่กำลังมาแรง เมื่อคนจำนวนมาก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสนใจรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น จนเป็นแรงผลักดันให้บริษัทรถยนต์หลายแห่งต้องทำรถแบบนี้ออกมาขาย

รถยนต์ไฟฟ้าอาจจะถูกพูดถึงมากขึ้น มีความต้องการมากขึ้น ก็จริง หากบริษัทรถยนต์ไม่กี่รายเท่านั้นที่มีรถยนต์ไฟฟ้าวางขาย และไม่มีจำนวนรุ่นให้เลือกมากนัก นั่นเป็นหลายๆเหตุผล ที่ทำให้เรามองถึงข้อเท็จจริง ที่จะต้องมาจับเข่าคุยกันในวันนี้ว่า ทำไม รถไฮบริด ยังน่าซื้อกว่ารถยนต์ไฟฟ้า

 

1.ไม่ต้องชาร์จไฟฟ้า

รถยนต์ไฮบริด อาศัยการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ด้วยไฟฟ้าบางช่วงเวลา อาทิในความเร็วต่ำ เพื่ออกตัว หรือช่วยในการเร่งแซง โดยทำงานร่วมกับเครื่องยนต์บางช่วงเวลา ถึงบางคนจะบอกว่ายังไงก็ใช้น้ำมัน แต่ข้อดีของระบบไฮบริดคือ คุณไม่ต้องกังวลว่ากลับบ้านแล้วต้องชาร์จไฟฟ้าเหมือนรถ  EV   ขอเพียงอย่าลืมเติมน้ำมันเป็นพอ

2.ไม่ต้องปรับพฤติกรรมในการใช้รถ

รถยนต์ไฟฟ้ามีข้อเท็จจริง สำคัญหนึ่งข้อ คือคุณต้องปรับพฤติกรรมในการใช้รถบางประการ เนื่องจาก จุดชาร์จยังไม่ครอบคลุม , ระยะทางในการใช้งาน ยังเป็นข้อจำกัดสำคัญๆ ของรถยนต์ไฟฟ้า แม้ว่าจะมีการพัมนาไปมากเพียงใดก็ตามที

การที่ผู้ใช้ต้องปรับพฤติกรรมในการขับขี่ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหญ่ พอสมควร ถึงจะฟังแล้วไม่ยาดเท่าไรนัก ลองคิดว่า ชีวิตเราต้องวางแผนในการเดินทางตลอดเวลา คงไม่สนุกเท่าไร ต้องดูว่าไปแล้วมีจุดชาร์จไหม , ต้องแวะ ชาร์จตรงไหน อย่าลืมเหตุไม่คาดฝัน เช่นชาร์จไฟฟ้าไม่เข้า หรือเข้าน้อย รวมถึงเรื่องการชาร์จก็ต้องเสียเวลามากกว่าการเติมน้ำมัน  และปัจจุบันการเดินทางไกลๆ ในรถยนต์ไฟฟ้ายังไม่เอื้ออำนวยเท่าไรนัก ดังนั้นการใช้รถยนต์ไฟฟ้า น่าจะยังไม่ตอบโจทย์หลายคน

แต่ถ้าชีวิตคุณมีรูปแบบการเดินทางชัดเจน อาทิไป-กลับ บ้าน/ ที่ทำงาน เดินทางในเส้นทางประจำ ที่มีจุดชาร์จรองรับ แบบนี้ผมว่า รถยนต์ไฟฟ้า ก็เหมาะสม และน่าสนใจไม่น้อยเช่นกัน ลองไปคิดดู

 

3.ราคาที่ถูกกว่า

กลับมาที่รถไฮบริด ก็ต้องยอมรับกันอย่าง เปิดอกว่า รถไฮบริด ในปัจจุบัน มีราคาถูกย่อตัวลงมามาก รถไฮบริดที่ถูกที่สุด ในตลาดปัจจุบัน คือ  Honda City e:HEV ราคา 839,000 บา ทก็จับจองเป็นเจ้าของได้แล้ว

เทียบกับรถยนต์ไฟฟ้า มีราคาขาย เริ่มต้น 988,000 บาท เป็นค่าตัว ในราคาดังกล่าว แม้ว่าฟังดู เอ้าก็ต่างกันแค่ แสนกว่าบาทนี่ นั่นคือรถจากผู้ผลิตคนละประเทศ มีโครงสร้างภาษีนำเข้าแตกต่างกัน จากข้อตกลงที่ต่างกัน

ถ้าเทียบจากผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นด้วยกัน  Nissan  Leaf  ราคาขายหน้าร้านอยู่ 1.99 ล้านบาท เป็นค่าตัว เท่ากับ รถยนต์ไฟฟ้าจะแพงกว่าเท่าตัว เลยทีเดียวเชียวล่ะ

 

4.มีรถให้เลือกหลากหลาย

รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายในไทย เอาที่ราคาในระดับทั่วๆไป คนรับไหว จะพบว่า ปัจจุบัน มีขายอยู่ 6 รุ่นด้วยกัน ได้แก่  Hyundai Kona, Kia Soul EV ,Hyundai  ioniq ,Nissan LEAF , MG ZS EV และ  MG EP

ในจำนวน 6 รุ่นนี้ เป็นรถที่มีศูนย์บริการครอบคลุม เพียง 3 รุ่น คือ  MG   และ   Nissan  เท่านั้น ที่ดีที่สุดจริงๆ ก็ต้องยอมรับว่า คือ MG

ผิดกับรถไฮบริด มีให้เลือก หลากหลายมากกว่า ทั้งรถเก๋งขนาดเล็ก Honda  City e:hev , รถเก๋งคอมแพ็คคาร์ Toyota Corolla hybrid  ,รถเก๋งซีดานกลาง  Honda  Accord Hybrid  + Toyota Camry Hybrid

ส่วนกลุ่มรถอเนกประสงค์ ก็เพียบเช่นกัน เช่น  Nissan kicks , Toyota Corolla  Cross, Toyota C-HR

แล้วสังเกตดีๆ ส่วนใหญ่ เป็นผู้ผลิตญี่ปุ่น ที่มั่นใจได้ เรื่องเทคโนโลยี ที่มีการคิดค้นและพัฒนามายาวนาน

 

5.มีระยะทางขับได้ไกล กว่า

รถยนต์ไฟฟ้าปัจจุบัน มีระยะทางขับได้ไกล ในราคาที่เราเอมถึงได้เต็มที่ก็ราวๆ 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ขณะที่รถไฮบริด ถึงจะยังใช้น้ำมันในการขับเคลื่อนเป็นหลักก็มีระยะทาง ต่อการเติมน้ำมัน 1 ครั้ง ดีกว่าในภาพรวม

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้มาจากการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเข้าช่วยในการขับขี่บางจังหวะ ลดการทำงานของเครื่องยนต์ในจังหวะที่ไม่จำเป็นต้องใช้ หรือให้น้อย แล้วนิ่งที่สุด เท่าที่จะทำได้

ถ้ายกตัวอย่างเราเติมน้ำมันเต็มถังใน  Honda  City  เต็ม 40 ลิตร แล้วขับขี่ปกติทั่วไป ถ้าเอาตามข้อมูล Eco Sticker  มาอ้างอิง จะมีอัตราประหยัด ที่ 3.6 ลิตร/ 100 ก.ม .โดยเฉลี่ย หรือ 27.8 ก.ม./ลิตร ถ้าลองคูณดู จะพบว่า 1 ถึง จะขับได้ 1,000 กว่า กิโลเมตร เลยทีเดียว

ถ้าในสภาพความเป็นจริง จากที่ลองขับขี่จริงบนถนน ของ  Ridebuster   มีอัตราประหยัดเฉลี่ย 23 ก.ม./ลิตร ก็ยังพอจะวิ่งได้ 920 ก.ม. ซึ่งเฉลี่ยเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็ กิโลเมตรละ 1.1 บาท โดยประมาณ (คำนวณจากเติมแก๊สโซฮอลล 95)

ถือว่าถูกพอสมควร และไม่ต้องปวดหัว เรื่องที่ชาร์จ

6.EV ไม่ใช่  Zero Emission  ที่แท้จริง

บางคนสนใจรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เพราะมองว่าไม่ปล่อยไอเสีย อันที่จริง รถยนต์ไฟฟ้ามีการศึกษาในหลายด้าน และพบว่าในประเทศอย่างบ้านเรา ที่ยังต้องพึ่งพาการใช้พลังงานถ่ายหิน , แก๊สธรรมชาติ ในการผลิตไฟฟ้านั้น สมควรจะต้องพูดกันตามตรงว่า มันเหมือนแค่ย้ายไอเสียจากท้ายรถคุณไปฝากฝังไว้กับรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น

แต่เป็นความจริงที่การปล่อยไอเสียจากโรงงานไฟฟ้าจะบำบัดได้ดีกว่า ที่เราพยายามบำบัดก่อนปล่อยออกสู่อากาศในถยนต์ ซึ่งถ้านับในไทย รถยนต์ไฟฟ้าจะมีค่าการปล่อยไอเสียโดยประมาณ 57 กรัม ต่อกิโลเมตร กลับกันรถไฮบริด อย่างฮอนด้า ซิตี้ ไฮบริดใหม่ ทำได้ 85 กรัม ต่อกิโลเมตร และรถไฮบริดเสียบปลั้กจะทำได้น้อยกว่านี้ จนบางรุ่นเท่าๆ รถยนต์ไฟฟ้า

ทว่าในระยะยาว การบำบัดไอเสียก็ย่อมดีขั้นตามไปด้วย ดังนั้น ยังไงเสีย รถยนต์ไฟฟ้าในบ้านเรา พูดความจริงก็ยังปล่อยไอเสียน้อยกว่าอยู่ดี  รถยนต์ไฟฟ้าจะไม่ปล่อยไอเสีย เมื่อ พลังงานไฟฟ้ามาจากพลังงานสะอาด เช่นจากแสงอาทิตย์ หรือ พลังงานลม

 

7.การตอบสนองที่ดีกว่า

ถ้ามีโอกาสทดลองขับรถไฮบริด ไม่ว่าระบบไหนของค่ายใดก็ตาม จะพบว่า เทียบกับเครื่องยนต์สันดาปเดิมๆ แล้ว ไฮบริดจะดูปรู๊ดปร๊าด ตอบสนองทันใจมากกว่า  เวลาขับขี่ ไม่ว่าจะการออกตัว หรือการเร่งแซง  ด้วยเหตุเผยการตอบสนองจากมอเตอร์ไฟฟ้าจะมาทันทีทันใด ให้แรงบิดทันที

และด้วยเหตุนี้ เราจึงรู้สึกถึงกำลังที่มากกว่าจากเครื่องยนต์ไฮบริด ในบางแบบ หรือบางแบบ ที่เน้นใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับก็ยิ่งต้องใช้มอเตอร์ลูกใหญ่ การตอบสนองดีตามไปด้วย

 

Bonus

8.ทำลายแบตเตอร์รี่ง่ายกว่า

การใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ามีปัญหาสำคัญ คิอการทำลายชุดแบตเตอร์รี่เมื่อเสื่อมสภาพจากการใช้งาน มีรายงานจากต่างประเทศ หลายชิ้นให้ความเห็นตรงกัน ว่า แบตเตอร์รี่ที่ขนาดใหญ่ จะทำลายยากกว่า และต้องสิ้นเปลืองพลังงานในการทำลายมากกว่า

รถยนต์ไฮบริด (ที่ไม่ใช่เวอร์ชั่นเสียบปลั้ก) ส่วนใหญ่ จะใช้แบตเตอร์รี่ลูกไม่ใหญ่นัก 1-2 กิโลวัตต์ จึงไม่เสียพลังงานและปล่อยไอเสียในขั้นตอนการทำลายสักเท่าไร

9.มอเตอร์พัง แบตเสื่อม ก็ยังใช้ได้

ด้วยความที่ระบบไฮบริด เป็นการทำงาน ร่วมกัน และใช้ได้ทั้ง 2 ระบบในการขับเคลื่อน ในกรณีระบบไฮบริด เช่นมอเตอร์ไฟฟ้าเสื่อม หรือ แบตเตอร์รี่เสื่อม ก็ดี รถยังขับเคลื่อนได้เป็นปกติไม่มีปัญหา แต่ถ้ารถยนต์ไฟฟ้า (รวมถึงรถไฮบริดบางแบบที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน) เมื่อระบบเสื่อม อาจไม่สามารถใช้งานได้เลย

 

บทความนี้เป็นลิขสิทธิ ของ  Ridebuster.com  ห้ามนำไปเผยแพร่ในช่องทางอื่น ทำซ้ำ หรือใช้ช้อมูล เพื่ออื่นใด โดยไม่กล่าวอ้างถึง หรือ ขออนญาตจากทีมงาน  ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย

 

 



แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments