7 ข้อควรรู้ก่อนใช้ Google  Map

แบ่งปันเรื่องนี้

ระบบแผนที่นำทางสมัยนี้ คงไม่มีใครซื้อสมุดนำทางเล่มโตมาเก็บไว้เวลาเดินทางไปต่างจังหวัดกันอีกต่อไป เราหลายคนต่างใช้โทรศัพท์มือถือในการนำทางมากกว่า แผนที่ในรถเสียอีก เพราะมันสะดวกในการใช้งานมากกว่า มีข้อมูลที่ทันสมัยมากกว่า เราเชื่อว่า หลายคนต้องใช้ Google Map ในการนำทางเวลาเดินทางไม่ว่าจะขับรถในเมือง หรือเดินทางไกล

วันนี้เราอยากจะมาบอกถึงหลายเรื่องที่คุณควรรู้ ก่อใช้แอพ google Map ในการเดินทาง มีข้อควรรู้อะไรที่ช่วยให้คุณเข้าใจการนำทางของ Google มากขึ้น

1.คำนวนเวลาอย่างไร

เวลาเรากดนำทางแอพพลิเคชั่น Google Map มันจะบอก การนำทางที่สมควรจะไปมากที่สุด (สามารถเลือกทางอื่นได้ด้วยถ้าต้องการ) พร้อมกับระยะทาง และเวลาที่เราเดินทาง
หลายคนคงสงสัยว่ามันเอาอะไรมาเป็นตัวคำนวณระยะเวลาที่เราจะเดินทางหรือไปถึงที่หมาย พื้นฐานการคำนวณนี้ง่ายมาก คือ เอาความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด , สภาพการจราจรตามเส้นทาง มาหาร กับระยะทางที่เราต้องเดินทาง ออกมาเป็นจำนวนเวลาที่เราจะต้องใช้เดินทางไปยังจุดหมาย


บางครั้งถ้าใช้แผนที่บ่อยๆ คุณจะพบว่า บางทีเรามาถึงก่อนเวลาที่แอพบอก บางครั้ง ก็ล่าช้ากว่ามาก นั่นเป็นผลมาจาก 2 อย่างครับ คือ 1 ความเร็วที่เราใช้ คุณอาจจะขับเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือ 2.สภาพการจราจรมีการเปลี่ยนแปลงติดขัดมากขึ้น ในระหว่างที่คุณใช้เส้นทาง
ดังนั้นในฐานะความเป็นมนุษย์ควร คาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้า ที่อาจจะเกิดขึ้นในการขับขี่ เช่น ชั่วโมงเร่งด่วน หรือ การจราจร อาจคับคั่งในทางที่คุณไปในอนาคต

2.จะให้ไปทางสั้นที่สุดเสมอ

จากประสบการณ์ใช้ Google หลายครั้ง เส้นทางที่ Google จะแนะนำคุณ คือเส้นทางที่สั้นที่สุด และประหยัดเวลาที่สุด ในการเดินทาง
เป้าหมายของแอพพลิเคชั่น คือ เพื่อให้คุณเดินทางได้เร็วที่สุด เสียเวลาบนถนนน้อยที่สุด กว่าร้อยละ 90 โดยเฉพาะในกทม. ถ้าไม่กดเลี่ยงค่าผ่านทางในออพชั่นแผนที่ มันจะพาคุณขึ้นทางด่วนตลอดเวลา ทั้งที่บางทีทางด่วนอาจจะติดหนักก็ได้
บางทีคุณต้องใช้ความรอบรู้เส้นทางเข่วยในการเดินทาง โดยพึ่งแอพพลิชั่น เป็นเครื่องมือช่วยนำทาง


3.ไม่ยอมวิ่งอ้อม

หลายครั้งคุณจะพบว่า การวิ่งอ้อมมีระยะทางเพิ่มขึ้น แต่ทำให้คุณเดินทางถึงที่หมายเร็วขึ้น หรืออย่างน้อยที่สุด คุณไม่จำเป็นต้องขับผ่านการจราจรติดขัดเสียเวลาเสียอารมณ์
จากที่ผมลองใช้ Google Map มายาวนาน พบว่า มันจะไม่ยอมให้คุณวิ่งอ้อม จนกว่าจะเห็นว่าคุณมาไกลจากเส้นทางที่มันแซทค่าเอาไว้มากแล้ว จึงจะเปลี่ยนเส้นทางให้คุณ ไปทางอื่นแทน
ผมรู้มันฟังประหลาดที่คุณจะยอมวิ่งอ้อม เสียเวลาไม่เจอรถติด แต่ในแง่ของการประหยัดน้ำมัน ระหว่างรถติด กับ รถวิ่ง เราเสียน้ำมันเวลารถวิ่งน้อยกว่าไปจอดนั่งแช่ท่ามกลางการจราจรเลวร้ายในเมืองกรุง

4.ยังไม่บอกการทำทางหรือ เสน้ทางที่มีการก่อสร้าง

อาจจะเป็นเฉพาะในไทยหรือไม่ ไม่ทราบ แต่ Google Map ยังไม่ฉลาดพอจะบอกคุณว่า เส้นทางที่คุณกำลังจะไปมีเส้นทางที่กำลังก่อสร้างอยู่ และควรหลีกเลี่ยงเส้นทาง ใช้ทางเลือกอื่น รองจากดีที่สุด เพื่อไม่ไปพบปัญหาการจราจรแออัด อาทิการสร้างรถไฟฟ้า หรือการทำถนนอื่นๆ

จากที่เคยใช้ระบบในประเทศอื่นๆ อาทิ ญี่ปุ่น จะมีการแจ้งเตือนการซ่อมเส้นทาง หรือ มีการก่อสร้าง ปรับปรุงผิวจราจร แต่ในเมืองไทย เหมือนไม่มีการรายงานข้อนี้

5.สภาพการจราจร ตอนเปิดแผนที่อาจไม่เหมือนตอนขับจริง

เขียว เหลือง แดง และแดงเข้ม คือสภาพการจราจร บนเส้นทาง Google Map ที่บอกคุณตอนคุณเลือกเส้นทางที่จะขับไป แต่ระหว่างทางการจราจรอาจจะเลวร้ายมากขึ้น คุณไม่มีทางรู้เรื่องนี้ล่วงหน้าเลย จนกว่าจะถึงเส้นทางณ จุดนั้นหรือจะว่าไป มันก็สายไปแล้ว

สภาพการจราจร ตอนคุณเปิดแผนที่ คือ รายงานจริง ณ ช่วงเวลานั้น แต่เมื่อเดินทางมันอาจจะเป็นอีกเรื่อง ซึ่งรายงานจราจรของ Google ใข้อมูลหลายส่วน หนึ่งในนั้น คือ ใช้การเชื่อมต่อของคุณกับ Google รับข้อมูลมาใช้งานประกอบส่วนอื่นๆ ของแผนที่
ยังดี Google มีแผนที่ค่อนข้างจะตอบสนองรวดเร็ว โดยให้ทางเลี่ยงกับคุณ ถ้าจำเป็น แต่บางทีมันจะเร็วกว่าไม่มากนัก

6.ไม่บอกสภาพเส้นทาง กับคุณ

คงเคยเจอใช่ไหม ไปตามทางที่ Google บอก ปรากฏ วิ่งพาเข้ารกเข้าพง ไปไหนก็ไม่รู้ มีกระทั่งขับพาเข้าทางชาวบ้าน โผล่อีกทีเป็นในสุสาน ก็มีคนเคยเจอมาแล้ว
ปัญหาของ google คือ มันไม่บอกว่า ทางที่พาคุณไป จะเป็นถนนแบบไหน 4 เลน , 2 เลน หรือ บางที ทางลูกรัง
หลายครั้งขับไปตามทางช่วงแรกทางดีสบายมาก พอขับๆ ไปชักเละ เข้าป่าไปทางออฟโรด จนบางทีตั้งคำถามว่า ขับมาทำไมนี่ ไม่น่าเชื่อ Google เลย
เรื่องนี้เราสามารถแก้ไขได้ครับ โดยรู้ระบบถนนในเมืองไทย

  • ถนนสายหลัก ส่วนใหญ่จะเป็นเลขตัวเดียว คือ เป็นถนน ฝั่งละ 2 เลน ขึ้นไป เช่น สาย 4 เพชรเกษม, เป็นต้น
  • ถนนสาย รอง เป็นเลข 2 ตัว แต่ยังเป็นทางหลักสำคัญ เช่น สาย 21 สระบุรี หล่มสัก เป็นต้น
  • ส่วนสาย ที่มีจำนวน 4 หมาย เลยข เป็นหลักพัน ส่วนใหญ่ เป็นทางหลวงชนบทของชาวบ้าน เสน้ทาง จะเป็น 2 เลน สวนกัน แจ่ข่าวดี คือ คนไม่ค่อยใช้กัน และตัดลัดระหว่างทางหลวงสายหลักมากกว่า และทางแบบนี้ส่วนใหญ่ ก็จะมีโอกาส เป็นทางลูกรัง หรือถนนเสียบ้างด้วยครับ

7.มีเส้นทางดีที่สุด เพียง 3 เส้นทาง

เมื่อกดนำทางส่วนใหญ่ Google Map จะบอกทางที่ดีที่สุด ตามที่ผู้ใช้ตั้งค่าเอาไว้ 3 เสน้ทางเท่านั้น และไม่มากกว่านั้น ด้วยเงื่อนไขในการให้ข้อมูล
ยกตัวอย่างเช่น คุณจะเดินทางไปเพชรบูรณ์ ระบบจะไม่เลือกทางให้คุณมากนัก และในหลายกรณี ถ้าระบบมองว่า ทางที่เลือกคือดีที่สุดแล้ว จะแสดงเพียงเส้นทางเดียว ทั้งที่การเดินทางไปปลายทาง อาจจะมีตัวเลือกมากกว่านั้น แต่เสียเวลามากว่า


เช่น ไป เพชรบูรณ์ คุณยังวิ่งทางพิษณุโลก แล้วไปตัด ออกสาย 12 ได้ หรือ จะวิ่งไปทางปทุมธานี ตัดผ่านลพบุรี ไปยังเส้นสาย 12 ก็ได้ แต่ส่วนใหญ่ google จะบอกคุณว่า วิ่งไปทางสระบุรี แล้วตัดเข้าเส้น ไปหล่มสัก ง่ายที่สุด นั่นเพราะระบบคิดว่าเร็วที่สุด ระยะทางน้อยที่สุด
แต่ในช่วงหน้าเทศกาล ก็จะเป็นปัญหา เพราะเส้นทางการจราจร คับคั่งครับ+

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments