7 ข้อดี รถเก๋ง 4 ประตู ที่มีดีกว่ารถ อเนกประสงค์

ทุกวันนี้ หลายคนซื้อรถสัก คัน ก็คงมองรถยนต์อเนกประสงค์ประเภท  SUV   ที่ออกมากมายหลายรุ่นมีหลายราคา และหลายขนาด จนทำให้รถในอดีตอย่าง รถเก๋ง 4 ประตู ซีดาน ดูจะเสื่อมความนิยมลง

รถอเนกประสงค์อาจจะมีดีหลายอย่าง แบบที่คุณคงรู้กันมากันหมดแล้ว แต่วันนี เราจะมาพูดถึงในแง่ของรถเก๋ง 4 ประตู ที่มีดี เหนือรถอเนกประสงค์ จนคุณไม่ควรจะมองข้ามไปได้

1.ราคาถูกกว่า

เริ่มตั้งแต่จะซื้อรถ คุณเชิ่ไหมว่า รถเก๋งซีดานมีดีตั้งแต่แรกพบกว่าที่คุณเห็น โดยเฉพาะราคาขายที่เป็นมิตรมากกว่ารถอเนกประสงค์ทั้งหลาย

ถ้าเปรียบเทียบในทางเดียวกัน รถอเนกประสงค์จะมีราคาค่าตัวสูงกว่ารถซีดานเสมอ ด้วยเหตุผล 2-3 ข้อ เช่นการใช้งาน ความสามารถรถที่มากกว่า ไปจนถึงการขับขี่ที่ดีกว่าด้วย

แต่ในทางกลับกันแล้วส่วนใหญ่ พวกมันก็แทบจะมีพื้นฐานเดียวกัน เกือบทั้งหมด โดยส่วนใหญ่ แค่ปรับเปลี่ยนช่วงล่างให้แตกต่างกันแค่นั้น ยกตัวอย่างเช่น  Honda  Jazz  เป็นพื้นฐานให้  Honda  HR-V   ปัจจุบัน ขณะที่ Jazz   มีราคาค่าตัวราวๆ 8 แสนกว่าบาท แต่  HR-V  ราคาจะแพงกว่า อยุ่ที่ ราวๆ 9 แสนบาท กลางๆ

นั่นทำให้คุณต้องจ่ายแพงกว่าในรถอเนกประสงค์

2.การโดยสารที่สบายกว่า

จุดขายหลักของรถยนต์อเนกประสงค์คือความสามารถในการสมบุกสมบัน เวลากต้องไปผ่านทางที่ที่มีความโหดหิน หรือต้องเดินทางไกลนานๆ รถจึงมักถูกเซทระบบช่วงล่างมาให้มีความแข็งสักหน่อย มันนั่งได้ดีในระดับหนึ่ง แต่นั่นไม่มีทางเท่ารถเก๋ง

รถเก๋งตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ถูกวางเป็นรถใช้เพื่อการโดยสารนั่งสบาย ตัวรถจึงถูกวิศวกรรมให้มีความนุ่มนวลตอบการขับขี่อย่างดี ตลอดการเดินทาง ให้ความนั่งสบายที่สุดเท่าที่จะสามารถให้ได้ โดยเฉพาะผู้โดยสารตอนหลังจะสัมผัสได้ถึงความสบายแผ่นหลังตลอดการเดินทางลดความเหนื่อยล้าในการโดยสาร

แต่แน่นอนว่า ถ้าคุณจะไปสมบุกสมบันบุกป่า ลุยทางฝุ่น อาจจะไม่เหมาะนัก

นอกจากนี้ ในทางการออกแบบรถซีดาน วิสวกร มักจะให้ความสำคัญกับการโดยสารเบาะนั่งตอนหลังค่อนข้างมากม การออกแบบท่านั่งที่วางขา ไปจนถึงตัวเบาะที่มีความนิ่มสบายในการโดยสารที่ดีกว่า ด้วย ทั้งหมด เพื่อทำให้การนั่งสบายที่สุดเท่าที่ราคาจะเอื้ออำนวย

3.พื้นที่สัมภาระท้ายที่ดีกว่า

ถ้าใครชอบขนของเป็นนิสัย โดยเฉพาะ ต้องพกของ โน่นนี่นั่นไปด้วยตลอดเวลา รถซีดานจะเหมาะกว่า จุดเด่นหลัก คือ ห้องสัมภาระท้าย ที่มีการแยกส่วนออกไปจากห้องโดยสาร ทำให้พื้นที่เป็นสัดส่วน และมีห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่  จนสามารถขนของในแบบย้ายบ้านได้เลย

ปัจจุบันรถเก๋งหลายรุ่นเริ่มพยายามทำให้เบาะตอนหลังให้ปรับพนักพิงพับลงมาได้ เพื่อการขนของที่ดีกว่าเดิม แม้ว่า จะยังมีข้อจำกัด เมื่อเทียบกับความอเนกประสงค์ของรถ  SUV   หรือ แม้กระทั่งรถแอทช์แบ็ค แต่ก็ใช้งานได้ดีขึ้นในระดับหนึ่ง

4.การเก็บเสียงดีกว่า

การแยกตอนห้องสัมภาระ กับห้องโดยสารอย่างชัดเจน ทำให้ เสียงที่เกิดจากการขับขี่ ลดทอนลงไปพอสมควร ในระหว่างการขับขี่

ในการออกแบบวิศวกรรมรถเก๋งซีดานแทบทุกรุ่น ผู้โดยสารตอนหลัง จะถูกนั่งวางไว้ก่อนระยะสิ้นสุดฐานล้อ หรือนั่งช่วงก่อนระหว่างล้อหลัง ทำให้ ชุดโช๊คอัพหลังและระบบช่วงล่างหลังติดตั้งอยู่ทางด้านหลังของผู้โดยสารตอนหลัง และถูกกั้นการรบกวนเสียงด้วย หนักพิงหลังอีกที ทำให้เสียงในระหว่างการขับขี่ เข้ามารบกวนน้อยกว่า  เมื่อเทียบกับรถอเนกประสงค์

และในอีกด้านตัวรถที่มีความเตี้ยกว่า ทำให้มันมีความเพรียวลมกว่าในรการขับขี่เร็วๆ เรื่องเสียงลมเข้าจึงน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการใช้ความเร็วที่เท่ากัน รถซีดานจะมีเสียงลมเล็กน้อยกว่า

 

5.ประหยัดน้ำมันกว่า

สิ่งที่หลายคนลืมคิดเมื่อซื้อรถอเนกประสงค์ คือมันกินน้ำมันกว่ารถเก๋งซีดาน 4 ประตู อย่างไม่น่าเชื่อ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้หลังๆ จะเริ่มไม่มีแล้วกับการขับประหยัด แต่ทุกครั้งที่มีการขับทดสอบและเปรียบเทียบระหว่างรถเก๋งซีดาน กับรถเก๋ง 5 ประตู พวกมันประหยัดกว่ามากอย่างมีนัยยะสำคัญ

รถอเนกประสงค์ ส่วนใหญ่ ก็ไม่ต่างจากรถเก๋ง 5 ประตู ที่ถูกยกสูงให้พร้อมสำหรับความสมบุกสมบัน ซึ่งมันมีประเด็นที่แย่กว่ารถซีดาน 2 ข้อคือ

1.รถมีความสูงกว่า จึงโดยลมปะทะมากกว่า ทั้งตัวถังและลมที่เล็ดลอดไปทางด้านใต้ท้อง

2.ประตูท้ายแบบฝาปิด หรือ แฮทช์แบ็ค ได้สร้างแรงลมหมุนเมื่อขับด้วยความเร็ว แรงลมแบบนี้เป็นแรงฉุดเกิดแรงต้านในระหว่างการขับขี่

เมื่อกลับมาดูซีดาน การออกแบบให้มีสโลบหลังคาลงมาถึงฝาท้ายที่มีพื้นที่อีกหน่อย ทั้งให้ลมออกไปท้ายรถมีความเร็วเพิ่มขึ้น มันช่วยลดลมหมุนที่เกิดจากทางด้านท้ายได้ในระดับหนึ่ง และความเตี้ยของรถเก๋งเอง ก็ทำให้มันประหยัดน้ำมันมากกว่า

6.อัตราเร่งดีกว่า

ถ้าเทียบรถเก๋งกับรถอเนกประสงค์ ยังไงเสียรถเก๋ง 4 ซีดาน ก็จะมีอัตราเร่งดีกว่า ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ง่ายๆ คือ น้ำหนักที่น้อยกว่า

การขยายพื้นที่ไปทางด้านหลัง ให้มีหลังคาคลุมยาว ไปจนถึงฝาท้าย เหล็กและหน้าต่างที่เพิ่มจากรถซีดานปกติ นั่นหมายถึงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น อย่างไม่ต้องสงสัย และแม้จะใช้พื้นฐานเดียวกัน แต่รถอเนกประสงค์มักจะโตกว่าอีกพอตัว เพื่อให้ความรู้สึกสบายในการโดยสาร นั่นจึงทำให้มันมีน้ำหนักมากขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น  Honda  HR-V   รุ่นปัจจุบัน (2020) ใช้พื้นฐานจาก  Honda  Jazz   รุ่นท๊อปสุดมีน้ำหนักรวม 1,297 กก. ขณะที่ ฮอนด้า แจ๊ส รุ่น  RS   มีน้ำหนักเพียง 1,086 กก. นั่นมากกว่า 211 กก. หรือ ข้าวสาร 2 กระสอบ ยิ่งถ้าเป็นรถซีดาน น้ำหนักจะยิ่งเบากว่านี้

เช่น  Honda  Civic  ที่มีขนาดเท่ากับ  Honda  HR-V   ในรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร เท่ากัน มีน้ำหนักเพียง 1,237 กก. เมื่อนำมาเทียบการแบกน้ำหนักต่อแรงม้า จะพบว่า  ซีวิคมีน้ำหนักต่อแรงม้าสูงสุด 8.77 กก./แรงม้า ส่วน  HR-V   มีอัตรา 9.19 กก./แรงม้า

ด้วยเหตุนี้รถอเนกประสงค์จึงมักชดเชยด้วยเครื่องยนต์ที่ใหญ่กว่า เพื่อให้รู้สึกกระฉับกระเฉงกว่า หรืออย่างน้อยที่สุด ก็จูนเกียร์ ปรับอัตราทดเฟืองท้ายให้ตอบสนองดีขึ้น

แต่อานิจจังอย่างไร รถที่มีน้ำหนักเบากว่าก็มักจะได้เปรียบอัตราเร่งที่ดีกว่า โดยเฉพาะในการออกตัว และเร่งแซง

 

7.ค่าบำรุงรักษาต่ำกว่า

ซื้อรถต้องดูรอบด้านหนึ่งในนั้น คือการบำรุงรักษาในระยะยาวตัวรถ นานวันไปเมื่อรถเก่า รถแก่ รถเก๋งซีดาน จะมีราคาบำรุงรักษาถูกกว่ามาก โดยเฉพาะสิ่งที่ต้องเปลี่ยนประจำ เช่นยาง,การดูแลรักษาระบบช่วงล่าง เป็นต้น

นั่นเพราะรถเก๋งมักใช้ล้อที่เล็กกว่า ใช้ยางที่มีขนาดเล็กกว่ารถอเนกประสงค์ รวมถึงช่วงล่างที่ทำออกมาให้พร้อมลุย ก็มักจะมากับค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เป็นเงาตามตัว

ที่กล่าวมานี่แค่เพียงส่วนหนึ่งนั้น ยิ่งถ้าคุณไม่ได้ไปไหนเลย เที่ยวนานๆ ที ขับเข้าเมืองด้วยรถอเนกประสงค์ ที่กินน้ำมันมากกว่า ค่าใช้จ่ายรวมๆ ที่จ่ายกับรถเก๋งก็ย่อมต้องน้อยกว่าอยู่แล้วในระยะยาว

แถมรถอเนกประสงค์หลายรุ่นในวันนี้ยังพยายามทำให้เป็นรถไฮบริดที่มีค่าใช้จ่ายมากมาย รออยู่ภายภาคหน้า แม้วันนี้จะประหยัดน้ำมันก็ตามที

 

แน่นอนรถซีดาน รถเก๋ง อาจจะถูกมองว่าล้าสมัยไม่ทันเทรนด์ แต่พวกมันก้มีดีในแบบของมัน และวันนี้อย่าเหลียวมองเพียงรถอเนกประสงค์ มองดูความเป็นจริง แล้วมาดูว่า รถแบบไหนที่เหมาะกับคุณมากกว่ากัน

 

 

 



Comments

comments