6 ประโยชน์น่าคิด ทำไมท่านชายควรใช้รถยนต์ไฟฟ้า …

รถยนต์ไฟฟ้า นวัตกรรมใหม่ในการขับขี่ของคนในวันหน้า หลายคนยังตะขิดตะขวงใจรถยนต์แบบนี้อยู่ไม่น้อย ด้วยความรู้สึกว่า มันยังมีข้อจำกัดในการใช้งานต่างๆ มากมาย ทั้งที่ในความจริงแล้วประโยชน์มันก็มีมากมายหลายหลาก จนคุณไม่สมควรมองข้ามพวกมันไปโดยเฉพาะท่านชายทั้งหลาย

 

1.เมียวางใจ

รถยนต์ไฟฟ้ามีระยะทางจำกัดในการเดินทางที่ชัดเจน ยกตัวอย่าง  MG ZS EV  จำกัด ระยะทางการขับต่อการชาร์จ 337 กิโลเมตร นั่นเท่ากับคุณไม่มีทางที่จะเดินทางมากกว่านั้นได้ในแต่ละวัน

Nissan LEAF

ระยะทางจำกัด มองอีกมุมก็สร้างความมัน่ใจต่อคนที่บ้าน ว่าไม่มีทางที่คุณเดินทางไปไหนมาไหนตามอำเภอใจ เพราะถ้าวิ่งออกนอกทางสุ่มสี่สุ่มห้า อาจแบตเตอร์รี่หมดกลางทาง เดือดร้อนรู้ถึงคนที่บ้านแน่นอน

 

2.ประหยัดเงิน มีตังค์เที่ยวเยอะ

รถยนต์ไฟฟ้าอาจจะเป็นนวัตกรรมเกิดมาเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมรักษ์โลก  นั่นเป็นเพียงความจริงด้านเดียวที่ทางบริษัทรถยนต์ต้องการนำเสนอ เนื่องจากการรับผิดชอบต่อภาพรวมทางด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งรถยนต์มีส่วนในการปล่อยมลภาวะทางอากาศมายาวนาน

ถึงจะไม่มีใครพูดถึงมาก แต่การหันมาใช้ระบบไฟฟ้า ทำให้ ค่าใช้จ่ายในการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าถูกกว่าพอสมควร อันเนื่องมากจาก ค่าพลังงานที่ถูกลง ค่าไฟบ้านปัจจุบัน ตกหน่วยละ 4 บาท โดยประมาณ แบตเตอร์รี่รถยนต์กลุ่มนี้ปัจจุบัน จะมีขนาดประมาณ 40 กิโลวัตต์ หรือ ชาร์จ 1 ครั้ง เสียเงินประมาณ 160 บาท สามารถขับได้ 300 กว่ากิโลเมตร ถ้ามาคำนวณ จะพบว่า ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร ถูกกว่ารถยนต์ใช้น้ำมันประมาณ 4-5 เท่าตัว เลยทีเดียวเชียว

นอกจากนี้ด้วยการไร้เครื่องยนต์ ทำให้ค่าบำรุงรักษาถูกลงเป็นเงาตามตัว ไม่มีแล้วการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันทุก 1 หมื่นกิโลเมตร จะมีหลักๆ ก็ค่าเปลี่ยนถ่ายระบบหล่อเย็น ทุกๆ 40,000 กิโลเมตร อย่าง   MG  ZS EV   เปิดเผยว่า ตลอดระยะทาง 1 แสนกิโลเมตร มีค่าบำรุงรักษาเพียง  8 พันกว่าบาทเท่านั้น

3.สมรรถนะดีกว่า

การเปลี่ยนจากเครื่องยนต์มาเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า กลายเป็นเรื่องตะขิดตะขวงใจของคนจำนวนไม่น้อย เราอยากบอกว่ารถยนต์ไฟฟ้าน่าจะถูกใจท่านชาย เนื่องจากสมรรถนะการขับขี่ยอดเยี่ยมให้ความรู้สึกไม่ต่างจากรถสปอร์ตเท่าไรนัก

ส่วนหนึ่งมาจากความสามารถในการตอบสนองของมอเตอร์ไฟฟ้า สามารถทำงานในรอบสูงกว่าเครื่องยนต์ และยังให้กำลังแรงบิดมากกว่าเครื่องยนต์ปกติ มีแรงม้าสมน้ำสมเนื้อในการใช้งาน

การตอบสนองเมื่อเหยียบไม่มีคำว่ารอรอบเหมือนเครื่องยนต์ กดเป็นมาไปตามเท้า เรียกว่าถูกใจคนขับมากมายเลยทีเดียวเชียวล่ะ

ส่วนการตอบสนองของรถก็แตกต่างจากเครื่องยนต์ เนื่องจากส่วนใหญ่มักจะวางแบตเตอร์รี่ไว้ใต้พื้นรถ ทำให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ

 

4.หนีเที่ยวง่าย

หลายคนอ่านหัวข้อก็น่าจะมีขยิกหัวบ้าง  รถยนต์ไฟฟ้าหนีเที่ยวง่ายจริงหรือ

ผมบอกเลยว่าจริงครับ เพราะรถยนต์ไฟฟ้าไม่มีเสียงการทำงานเครื่องยนต์ที่สตาร์ทแล้วดังสนันทั่วซอยยามวิกาล เวลาระบบทำงาน มันจะเงียบเชียบไม่มีแรงสั่นสะเทือนใดๆ ใครเคยขับรถกอล์ฟมาก่อน ก็อยากบอกว่า อารมณ์ขับรถยนต์ไฟฟ้าเป็นแบบนั้นเลยไม่ได้ต่างกันนัก

มันหมายความว่า ยามค่ำคืนถ้าคิดจะออกไปเที่ยวเล่น ก็ทำได้ทันที สตาร์ทรถเลื่อนไปอย่างช้าๆ ไม่มีทางหรอกที่ภรรยาคุณจะรู้ ว่าออกไปข้างนอก

5.คนข้างๆ นั่งสบายกว่า

การขับรถยนต์ไฟฟ้ามีข้อดีอีกข้อ คือมอเตอร์ไฟฟ้า สามารถทำหน้าที่ได้ 2 อย่าง ทั้ง ให้กำลังแรงบิดไปสู่ล้อและยาง ในอีกทางยังทำหน้าแปลงกำลังแรงบิดที่เหลือกลับเข้าแบตเตอร์รี่ได้ด้วย

หน้าที่หลังนี่แหละทำให้รถยนต์ไฟฟ้า มีดีกว่ารถยนต์ใช้น้ำมัน เพียงคุณถอนคันเร่งเท่านั้น ระบบจะทำงานหน่วงเองจนรถเริ่มชะลอความเร็วในระดับหนึ่ง ส่งผลให้คุณไม่จำเป็นต้องเหยียบเบรกอย่างรุ่นแรง เหมือนรถยนต์ใช้น้ำมัน รถบางยี่ห้อ อาทิ   Nissan Leaf   สามารถหน่วงจนถึงหยุดสนิทได้ด้วยระบบ  e-Pedal

นอกจากนี้ด้วยการไร้เครื่องยนต์ ยังลดแรงสั่งสะเทือนที่เกิดขึ้นในระหว่างการขับขี่มากกว่า มากกว่า เขาไม่มีทางรู้ว่าคุณกำลังเร่งรอบเครื่องสูงหรือไม่ เพราะ เสียงมอเตอร์ไฟฟ้าค่อนข้างเงียบในการทำงาน

6.ผ่อนคลายในการเดินทางมากกว่า

ถ้าคุณมองว่าระยะทางที่จำกัดในการเดินทาง ทำให้  รถยนต์ไฟฟ้ามีข้อดอยมากกว่ารถปกติทั่วไป ผมว่าคุณคิดผิด

สำหรับท่านชายทั้งหลายที่ต้องขับรถแทนภรรยา คงจะค้นพบว่าตัวเองเหนื่อยล้าในการขับขี่ไม่มากก็น้อยในระหว่างการเดินทาง การที่รถยนต์ไฟฟ้ามีข้อจำกัดระยะทาง ส่วนหนึ่งมาจากความตั้งใจในการวิศวกรรมให้พักการทำงานของแบตเตอรืรี่ รวมถึงมอเตอร์ไฟฟ้าด้วย

การชาร์จไฟฟ้ามีประโยชน์อีกทาง คือคุณได้พักผ่อนชั่วครู่ ระหว่างที่รอรถชาร์จไฟฟ้า การหลับตาลงชั่วคราว หรือ เดินผ่อนคลายทนั่งทานกาแฟ กลับจะเป็นประโยชน์มากกว่า เมื่อเดินทางไกล มันทำให้เรากระปรี้กระเป่ามากขึ้น

 

รถยนต์ไฟฟ้า หลายคนมองว่ามันมีข้อจำกัดในการใช้งาน หาในอีกทางมันก็มีดีไม่แพ้กัน ของแบบนี้บางทีอาจขึ้นอยู่กัยมุมมองของแต่ละคนมากกว่าครับ  

 



 

Comments

comments