6 เหตุผล ทำไม รถยนต์ไฟฟ้า ยังไม่ควร แทนที่รถยนต์ไฮบริด หรือ รถทั่วไป

แบ่งปันเรื่องนี้

ทุกวันนี้ คนไทยจำนวนมาก อยากจะได้รถยนต์ไฟฟ้ามาครอบครองอย่างมาก พวกมันดูเป็นความหวังใหม่ในการลดไอเสีย คุณดูดีในสายตาของทุกคน ในฐานะคนที่ลงมือทำไม่ใช้น้ำมัน บอกลาเด็กปั้มเป็นคนแรกๆในยุค

การมาของรถยนต์ไฟฟ้าไม่ว่าจะ   MG , Nissan  ไปจนกระทั่ง   Tesla  กลายเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ทำให้ ทุกคนต้องหันมามองการเปลี่ยนแปลงในอนาคต กระแสการนำไปสู่วิถีการแบนเครื่องยนต์สันดาปในอนาคต ในหลายประเทศ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น หากการเดินทางไปสู่โลกรถยนต์ไฟฟ้าอาจจะกำลังไปผิดทิศทางหรือไม่

ทำไมจึงมีคนแย้งว่าไม่ควรไปในทิศทางรถยนต์ไฟฟ้า เรื่องนี้เร่มชัดขึ้นในแง่ของการพัฒนาระบบขับเคลื่อน เมื่อรถยนต์ญี่ปุ่นทั้งหมด ตัดสินใจเดินหน้าใช้เครื่องยนต์สันดาปบวกมอเตอร์ไฟฟ้า มากกว่า การจะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าออกมา ขายทั้งๆที่ก็ทำได้ อะไร เป็นเหตุผลที่ ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าอาจจะยังไม่เหมาะต่อการเปลี่ยนแปลง

1.เครื่องยนต์สันดาปยังไปต่อได้

ในขณะที่ทุกคนมองว่า เครื่องยนต์สันดาปกำลังจะสิ้นสุดลง ทว่าความเป็นจริงไม่ได้ เป็นอย่างที่เราคิดเลยด้วยซ้ำ การสันดาปด้วยน้ำมัน ยังมีความเป็นไปได้ในการหาสิ่งอื่นมาสันดาปแทน อาทิ ไฮโดรเจน ซึ่งบริษัทญี่ปุ่นพยายามร่วมมือกันพัฒนาในเรื่องนี้ อยู่ต่อเนื่อ งและดูจะเป็นเรื่องอนาคตที่สดใส

การสันดาปด้วยไฮโดรเจน ไม่เพียงแต่จะทำให้การเผาไหม้มีความสะอาดมากขึ้น ยังช่วยให้ผู้ผลิต รวมถึงเครือข่ายซัพพลายเออร์ ไม่ต้องเปลี่ยนธุรกิจจำนวนมาก ที่เกี่ยวเนื่อง

มาสด้า เป็นค่ายรถยนต์รายสำคัญ ที่ทำให้เห็นแล้วว่า ที่จริง เครื่องยนต์สันดาปยังมีศักยภาพหลงเหลืออยู่อีกมากมายที่ วิศวกรยังไม่ได้ก้าวล่วงเข้าไป เช่น เครื่องยนต์กำลังอัดสูง , เครื่องยนต์เบนซินไร้หัวเทียน ไปจนถึง การทดลองสันดาปด้วยไฮโดรเจน

เมื่อไม่นานมานี้ โตโยต้า เพิ่งนำเครื่องยนต์เดิมของ   Toyota GR Yaris   ทดลองสันดาปด้วยไฮโดรเจน เข้าแข่งรายการ  Super GT  นับเป็นการสร้างนวัตกรรมเขย่าวงการครั้งสำคัญมาก

ไม่เพียงแค่ที่กล่าว อีกเรื่องที่สำคัญ คือ การพัฒนาขั้นสูง ของเครื่องยนต์สันดาปยังเพิ่งเริม่ต้นขึ้น ไม่ว่าจะยุคเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จเองก็ดี ความเป็นไปได้ที่จะทำให้เครื่องยนต์สันดาปที่เราคุ้นหน้าตา สามารถขับได้ไกลขึ้น ในน้ำมัน 1 ลิตร ไม่ใช่เรื่องใหม่อีต่อไป ถ้ามองว่าในอดีต เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร มีอัตราประหยัดเฉลี่ย 12-13 ก.ม./ลิตร ปัจจุบัน ตัวเลขดังกล่าวขยับมาเป็น 15-16 ก.ม./ลิตร

บางทีอนาคต อาจจะทำให้มันประหยัดได้ถึง 20 ก.ม./ลิตร ด้วยแนวคิดในการใช้การสันดาปขั้นสูง ที่รอวันจะกลายเป็นจริงเท่านั้น

2.เชื้อเพลิงทดแทน ยังมีทางออก

ปัญหาของการสันดาปเผาไหม้ เชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ คือ ไอเสีย ที่สาวกรถยนต์ไฟฟ้าบอกว่า ออกมาฆ่าคนทางอ้อม ตายผ่อนส่ง มาในตลอดศตวรรษ

ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ไม่สามารถปฏิเสธได้ เราได้ยินมาตั้งแต่ สาร คาร์บอนมอนนอกไซด์ มาจน คาร์บอนไดออกไซด์ จนกระทั่ง ไม่นานมานี้ คนไทยรู้จักฝุ่น  PM2.5  เข้าด้วยตัวเอง

การลดค่าไอเสียที่เกิดจากกระบวนการเผาไหม้ เป็นไปได้ ด้วยการหาเชื้อเพลิงใหม่ให้เครื่องยนต์สันดาป นั่นก็ไม่ใช่เรื่องยาก เมื่อนับว่า ประเทศอย่างบ้านเรา สามารถผลิตแก๊สโซฮอลล์ ด้วยตัวเอง รวมถึงในอนาคต ยังมีแนวโน้มที่จะมีเชื้อเพลิงสังเคราะห์ ที่กำลังอยู่ในกระบะวนการวิจัยพัฒนาอีกอีก

เมื่อประกอบกับข้อเท็จจริงว่า ระบบไฮบริดจะลดการปล่อยไอเสียในบางส่วนแล้ว เครื่องยนต์สันดาปที่เติมเชื้อเพลิงทดแทน จะปล่อยไอเสียสะอาดขึ้น เผลอๆ บางทีดีกว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่เราอยากได้ ด้วยซ้ำไป

3.ผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมในทางอ้อม ของรถยนต์ไฟฟ้า

ถ้ามองกันตามความจริง รถยนต์ไฟฟ้าอาจจะไม่ได้ปล่อยไอเสีย ระหว่างที่เราขับขี่ แต่การผลิตแบตเตอร์รี่ รวมถึง การกำจัดทำลายพวกมัน ยังเป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ผิดกับแบตเตอร์รี่รถไฮบริดที่สามารถทำลายได้ มานานแล้ว และมีการศึกษามาตลอด 10-20 ปี

แบตเตอร์รี่ขนาดใหญ่ อย่างในรถยนต์ไฟฟ้า มีคำถามที่เกิดขึ้นมากมายว่า พวกมันจะส่งผลเสียในขั้นตอนการผลิต รวมถึง ขั้นตอนการทำลายมากขนาดไหน เนื่องจากเป็นเทคโนโลยี ที่มีกระบวนการซับซ้อนค่อนข้างมาก การศึกษาเรื่องนี้เป็นข้อถกเถียงมายาวนาน และยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน

ไม่เพียงเท่านี้ ในประเทศกำลังพัฒนาแบบบ้านเรา มีการพูดถึงเรืองที่มาของพลังงานไฟฟ้าที่เราใช้ในปัจจุบัน ว่า จะต้องสูญพลังงานเท่าไรเพื่อให้ได้ไฟฟ้า โรงงานไฟฟ้าที่ยังใช้กระบวนการทางความร้อน จะถือว่าเป็นพลังงานสะอาดไม่ได้ แล้วมันปล่อยไอเสียเท่าไร  ซึ่งเราเคยพูดเรื่องนี้ไปแล้ว ในบทความ รถยนต์ไฟฟ้ารักษ์โลก จอมปลอมจริงหรือ

แน่นอน การยังกระทบกับสิ่งแวดล้อม ที่บางอย่างยังไม่อาจประเมินได้ จึงมีคำถามว่า หรือ บางทีการใช้รถยนต์ไฮบริดที่มีข้อมุลที่ชัดเจน น่าจะดีกว่า การหันสู่เทคโนโลยีใหม่ที่ยังไม่รู้ผลกระทบที่แน่นอนและชัดเจน

4.ลูกค้าไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม

รถยนต์ไฮบริด หลักการใช้งานแม้ว่าจะซับซ้อนเพียงใด ลูกค้าก็ยังไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถ เพียงแค่ลูกค้า ขับรถเข้าปั้มเติมน้ำมัน เมื่อน้ำมันเหลือน้อย เป็นวัฒนธรรมที่เราทำมายาวนานแล้ว

เรื่องนี้บริษัทรถยนต์ก็เห็นเช่นกัน และการสร้างความยุ่งยากกับผู้ใช้น้อยที่สุด แต่ยังลดไอเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องสมควรจะทำ โดยไม่รบกวนลูกค้า แทนที่จะต้องให้ลูกค้ามานั่งรอการชาร์จ ครั้งละ ชั่วโมงโดยประมาณ เมื่อเดินทางไกล เปลี่ยนเป็นการเติมน้ำมัน ที่ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ก็เดินทางต่อได้ หรือ ถ้าจะติดตั้งที่ชาร์จที่บ้าน ก็ต้องมานั่งดูเรื่องของระบบไฟฟ้า ว่า เหมาะสมหรือเปล่า ติดได้ไหม มีความวุ่นวายตั้งแต่เริ่มการใช้งาน เรายังไม่นับการต้องนั่งรอชาร์จรถ เวลาพลังงานใกล้หมด ถ้าคุณต้องเดินทางไกล

แต่ถ้าใครคิดว่าพร้อม เดินทางในเส้นทางประจำ วันๆ ใช้รถไม่มากมายนัก มีงบประมาณมากพอจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า  ก็สามารถที่จะผันตัวไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้เลยครับ

5.ผลกระทบต่อสุขภาพล่ะ 

เราต่างรู้ดีว่าการปล่อยไอเสียส่งผลร้ายกับสุขภาพของบุคคลอื่น รวมถึงตัวเราเองด้วย สำหรับรถยนต์ฟ้าแม้จะฟังดูมันช่วยรักษาผู้ครนในเรื่องการต้องสูดก๊าซพิษ หากก็ยังไม่มีใครแน่ใจว่าเรื่องสุขภาพยังมีประเด็นที่น่าเป็นห่วง หรือไม่

ในหลายปีที่ผ่านมา เริ่มมีการพูดถึง สนามพลังคลื่นแม่เหล็ก หรือ Electro Magnetic Field (EMF) มันมีในเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่สงที่เราสัมผัส ตั้งแต่ โทรทัศน์ไปจน คอมพิวเตอร์ กระทั่งมือถือ ที่เราใช้  สามารถก่อให้เกิดโรคต่างๆ โดยเฉพาะมะเร็งได้

เรื่องนี้มีการพูดถึงมานานและเป็นที่ทราบกันดีว่า  EMF จะส่งผลต่อร่ายกายมนุษย์ในระยะยาว และยังไม่มีการศึกษาทางการแพทย์กับรถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง หรือ ทำในเชิงทดลองกับ สัตว์ หรือ มนุษย์

ที่แน่ๆ ทาง  SINTEF  สถาบันอิสระในแถบแสกนดิเนเวีย ได้ออกคำแนะนำในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าในปี 2014  ว่ารถยนต์ไฟฟ้าควรจะพัฒนารถยนต์ย่างไร ติดตั้งมอเตอร์ รวมถึงอุปกรณ์ และสร้างแผงกันการแผ่สนามแม่เหล็กอย่างไร

อาทิ ควรติดตั้งมอเตอร์ให้ห่างจากผู้โดยสาร ,ต้องมีแผงเหล็ก กั้นระหว่างแบตเตอร์รี่และห้องโดยสาร รวมถึงวัสดุบุอื่นๆ เพื่อกันรังสี หากติดตั้งใกล้กว่า 200 มม. เป็นต้น

เรื่องสุขภาพกับรถยนต์ไฟฟ้ายังตอบได้ยากในวันนี้  ว่ามันมีผลกระทบอย่างไรกันแน่ แต่รถยนต์ไฮบริด แม้จะมีระบบที่คล้ายๆ กับรถยนต์ไฟฟ้า ในแง่ของแบตเตอร์รี่และมอเตอร์ไฟฟ้า แต่ มอเตอร์เล็กและแบตเตอร์รี่ เล็กกว่า ก็ส่งผลเรื่องนี้น้อยกว่า

6.ราคาถูกจับต้องได้ในวันนี้

แน่นอ ประเด็นสุดท้ายที่ มีการถกดถียงมาก คือเรื่องราคา รถยนต์ไฟฟ้า อาจจะดีในหลายด้าน แต่พวกมันก็ยังมีราคาสูงและแพงเกินกว่าที่ทุกคนจะสามารถจับต้องได้

รถยนต์ไฟฟ้า อาจดี แต่เมื่อจับต้องได้ยาก จนกลายเป็นของเล่นคนรวยในหลายประเทศ ก็ทำให้ความเป็นไปได้จะช่วยโลกลดลง ขณะที่รถยนต์ไฮบริด ราคาตอนนี้ก็ถือว่าจับต้องได้มากขึ้น อาทิ Honda City e:hev  ราคาขายแค่ 839,000 บาท ไม่ได้แพงกว่าอีโค่คาร์มาก 

ดังนั้น การเลือกเดินทางรถยนต์ไฮบริดไปก่อนรถยนต์ไฟฟ้า จึงเหมาะสมกว่า  

การตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน ทว่าความเหมาะสมในการใช้งานรถ และ ตอบสนองต่อโจทย์ลดโลกร้น รักษาสิ่งแวดล้อม ขอให้อยู่ในความคิดมุมหนึ่งของคุณ เมื่อจะตัดสนิใจ ว่าอะไร เหมาะสมกว่า

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments