6 ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับ Day time Running Light

แบ่งปันเรื่องนี้

ไฟขณะวิ่งกลางวัน หรือ Day Time Running Light ถือเป็นออพชั่นในโลกยุคใหม่ ที่หายคนต่างตื่นเต้น และอยากจะได้มาใช้ ในขณะที่หลายคนสนใจอยากได้มัน ต่างก็มาพร้อมความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับชุดไฟส่องสว่างแบบนี้ และวันนี้เราจะมาช่วยให้คุณเข้าใจมันอยากถูกต้อง

Day Time Running Light

1.ออพชั่นใหม่ในวันนี้

อยากแรกที่ทำให้หลายคนตื่นเต้น คือว่า มันเป็นออพชั่นใหม่ที่ออกมาทำตลาดในวันนี้ ที่จริงแล้วเจ้าไฟ Day Time running Light หรือ DRL นั้น มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ในปี 1995 หลังจากบางบริษัทรถยนต์มองว่าอาจจะมีประโยชน์เรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะในประเทศแคนาดา หลังจากนั้นก็เริ่มนำมาใส่รถยนต์ที่ผลิตในอเมริกา โดยไม่ได้มีกฎหมายควบคุม

ความนิยมของ Day Time Running Light นั้น ทวีคูณขึ้นหลังทาง คณะกรรมการยุโรป ออกกฎให้รถที่ผลิตตั้งแต่ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2011 ต้องติดตั้ง DRL ทำให้รถยุโรปทุกรุ่นเริมมีไฟแบบ มันเป็นต้นทางทำให้ ไฟ DRL เริ่มมาติดตั้งในรถจากญี่ปุ่นมากขึ้นจนถึงวันนี้

2. ต้องเป็นไฟสีขาวเสมอ

เรื่องนี้เป็นความเข้าใจผิดมหันต์ ถึงไฟ DRL แต่เนื่องจากว่าเราเห็นว่าไฟส่วนใหญ่ที่นิยม จะเป็นไฟสีขาว เนื่องจากเป็นไฟ LED ที่สามารถมองเห็นได้ง่ายและไม่กินไฟมากในการทำงานนั่นเอง

ที่จริงไฟส่องแบบนี้ สามารถใช้หลอด ฮาโลเจนในการสร้างไฟขึ้นมาก็ได้ สิ่งเดียวที่สำคัญคือ มันต้องมองเห็นได้ชัดในระยะไกล และไม่จำเป็นต้องเป็นไฟส่องสว่างกำลังสูง ทั้งหมดเพื่อให้คนอื่นเห็นว่ารถอยู่ตรงไหน เป็นที่สังเกตเท่านั้น

Day Time Running Light

3.ยิ่งสว่างยิ่งเห็นชัด

ความจริงความสว่างของไฟ DRL ไม่จำเป็นต้องสว่างมาก จนแสบตา หรือ ในยามอยู่ในที่มืด หรือ พอจะใช้แทนไฟส่องสว่างได้ เพราะเป้าหมายของมันจริงๆ คือเพื่อให้เป็นที่ชัดเจนเท่านั้น ไฟที่สว่างย่อมมาพร้อมการกินไฟมากขึ้น ซึ่งนั่นไม่จำเป็นเลย

ในกรณที่คุณติดตั้งไฟแบบนี้เพิ่มเอง ก็ควรตรวจสอบความสว่างไม่ให้สูงมากไป จนรบกวนเพื่อนร่วมทาง และต้องไม่ติดตั้งสูงไป ซึ่งจะทำให้เกิดการรบกวนผู้อื่นที่ขับในทางด้วย ที่สำคัญ ไฟจะต้องหรี่ลง เมื่อเปิดไฟหน้าด้วยครับ

4.กินไฟมาก จนแบตเสื่อมเร็ว

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เคยได้ยินร้านแบตเตอร์รี่ชอบขิงลูกค้าอยู่เป็นประจำ ว่า ติดไฟแบบนี้ มันกินไฟเดี๋ยวแบตเตอร์รี่จะเสื่อมเร็ว เรื่องนี้ต้องพูดว่า ไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย

อาจจะจริงที่ไฟนี้ ต้องเปิดตลอดเวลาที่เราขับรถ แต่ความจริงไฟแบบนี้ไม่ได้กินไฟมากอย่างที่คิด มันเป็นเพียงไฟ LED ดังนั้น ถ้าแบตคุณเสื่อมไว มั่นใจเถอะว่า ไม่ใช่ระบบ DRL เป็นต้นเหตุ

Day Time Running Light

5.ใช้ส่องสว่างแทนได้

เห็นบ่อยมากที่รถบางคันขับรถกลางคืนไม่เปิดไฟ แล้วใช้ ไฟ DRL ในการส่องสว่างแทนชุดไฟหน้าจริงๆ

ความเข้าใจผิดข้อนี้ถือว่าอันตราย ไฟ DRL ในรถยนต์บางรุ่นอาจจะมีความสว่างมากจนคุณพอเห็นทางในการขับขี่ได้ แต่ ที่คุณต้องกังวล คือเพื่อนร่วมทางที่มาข้างหลัง ถ้าไม่เปิดไฟหน้า ไฟท้ายก็จะไม่ติดขึ้นมาในเวลากลางคืน ทำให้รถที่ตามหลังมองไม่เห็นรถของคุณ และอาจเป็นต้นตอ ทำให้ เกิดอุบัติเหตุ

6. แค่สวยงามไม่มีประโยชน์

ที่จริงแล้ว จุดเริ่มต้นของไฟ DRL เกิดขึ้นเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่มากขึ้นทำให้รถเราเป็นที่สังเกต และเพื่อนร่วมทางสามารถกะความเร็วเดินทางของรถได้ง่ายขึ้นด้วย

แต่ในต่างประเทศก็มีการศึกษา พบว่า ไฟ DRL แท้ที่จริงอาจไม่ได้ช่วยในการลดอุบัติเหตุ หรือมีปัจจัยช่วยใดๆ เลย แต่คุณจะเชื่อแบบนั้นหรือ ถ้ารูว้่ารถคุณสามารถมองเห็นได้ตั้งแต่ระยะไกล

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments