ข้อมูลชี้ Toyota Prius โฉมใหม่ (5th Gen) ยังใช้ขุมกำลังไฮบริด

แบ่งปันเรื่องนี้

แม้ Toyota Prius จะถือเป็นรถยนต์พลังงานทางเลือกในฐานะรถยนต์ไฮบริดคันแรกๆของโลก แต่ในยุคปัจจุบันที่ผู้ผลิตกำลังให้ความสนใจและพยายามนำเสนอรถไฟฟ้าออกมาหลายรุ่น ทาง Toyota กลับมองว่าเจ้า Prius โฉมถัดหน้าซึ่งถือเป็น เจเนอเรชันที่ 5 ควรอยู่กับขุมไฮบริดต่อไปในแบบที่มันควรจะเป็น

Toyota ไฮบริด

“รถยนต์ Prius ยังคงเป็นสัญลักษณ์และยืนหยัดในสิ่งที่เราเป็น, นั่นคือการใช้ระบบไฮบริดและเป็นผู้นำในด้านพลังงานไฟฟ้า” Andrea Carlucci หัวหน้าฝ่ายการตลาดและการพัฒนาของ Toyota Motor Europe กล่าว เพื่ออธิบายตัวตนของ Toyota Prius ว่ามันถือเป็นสัญลักษณ์ของรถยนต์ไฮบริด และเป็นการเกริ่นกลายๆว่าพวกเขาจะไม่ทำให้มันเป็นรถไฟฟ้า EV 100% ในเร็ววันแน่นอน

นอกจากนี้ หากมองไปที่แผนการทำงานของ Toyota ถึงเราจะเห็นได้ว่าในช่วงเวลานี้พวกเขากำลังผลักดันโปรเจ็กท์รถยนต์ไฟฟ้าอยู่หลายโครงการ แต่แผนการพัฒนารถยนต์ไอบริดก็ยังคงเป็นแผนงานหลักอันดับต้นๆของบริษัทอยู่

และจากรายงานของสื่อ Autocar ยังระบุว่า แม้กรอบเวลาการแบนยานพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในของทวีปยุโรป จะเกิดขึ้นภายในปี 2030 แต่ด้วยระยะเวลาที่เหลืออยู่ 8 ปีนิดๆนับจากนี้ ก็ถือว่าเหลือเฟือที่ทาง Toyota จะยังคงพัฒนา Toyota Prius เจเนอเรชันที่ 5 ให้มาพร้อมกับขุมกำลังไฮบริด เนื่องจากถ้านับรอบการปรับโฉมกันดีๆ ในปี 2022 ก็ถึงเวลาที่รถยนต์คันนี้ต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงแล้ว

ส่วนข้อมูลในเบื้องต้นของ Toyota Prius เจเนอเรชันที่ 5 ที่มีแนวโน้มสูงว่าจะถูกเปิดตัวในปี 2022 นั้น หลายฝ่ายก็ค่อนข้างมั่นใจว่า มันจะยังคงใช้ขุมกำลัง 1.8 ลิตรลูกเดิม แต่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้นและปล่อยมลพิษน้อยลงไปอีกขึ้น ส่วนตัวแบตเตอรี่ที่ใช้งานร่วมกัน ก็จะเปลี่ยนไปใช้แบบ “Bipolar nickel-metal hydride battery” ซึ่งเป็นแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฮบริดแบบใหม่ล่าสุดที่ทาง Toyota ระบุว่ามันให้ประสิทธิภาพในการเก็บและจ่ายประจุไฟฟ้าได้ดีกว่าแบตฯแบบดั้งเดิม และในตอนนี้พวกเขาก็ได้นำมันไปใช้กับรถยนต์ Toyota Aqua หรือ Toyota Prius C ได้สักพักใหญ่ๆแล้ว

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีข้อมูลข่าวลือในอีกด้านหนึ่งระบุว่า มีความเป็นไปได้อยู่ไม่น้อยที่ทาง Toyota อาจพัฒนาเครื่องยนต์ของ Prius ให้รองรับการใช้งานกับเชื้อเพลิงไฮโดรเจนเหลวเหมือนอย่างที่พวกเขากำลังตั้งหน้าตั้งตาพัฒนาในตัวรถ Yaris Hybrid ที่พึ่งเผยภาพไปเมื่อไม่กี่วันก่อนก็ได้ แต่หากมองจากระยะเวลาแล้วก็ยังถือว่ามันมีความเป็นไปได้ค่อนข้างต่ำเนื่องจากเทคโนโลยีนี้คาดว่าต้องใช้เวลาในการพัฒนาต่อไปอีกราวๆ 3-4 ปี เป็นอย่างน้อยนั่นเอง

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments