5 ออปชั่นที่คนคาดหวังจะได้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานบนรถใหม่

ทุกคนเวลาเห็นรถรุ่นใหม่เปิดตัว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้หน้าตาของรถ หนีไม่พ้นรายการออปชั่นที่มากับตัวรถ ซึ่งวันนี้เราจะพาไปดู 5 ออปชั่นที่คนอยากได้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

 

ทุกยุคทุกสมัยรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป ทั้งหน้าตาที่ออกแบบมาล้ำยุค ภายในตกแต่งมีระดับโอ่โถงกว้างขวาง หรือจะเป็นตัวเลือกเครื่องยนต์เบนซิน ดีเซล ที่เริ่มนิยมเครื่องความจุน้อยแต่ยัดเทอร์โบ ไม่ก็ไปหาคบขุมพลังไฮบริดหรือรถยนต์ไฟฟ้า แต่ทุกอย่างที่กล่าวมานั้นยังมีเรื่องที่ผู้คนให้ความสนใจไม่แพ้กัน นั่นก็คือบรรดารายการอุปกรณ์มาตรฐานประจำรถ ซึ่งในบทความนี้จะพาผู้อ่านไปชม 5 ออปชั่นติดรถที่คนยุคปัจจุบันคาดหวังจะได้จากรถคันใหม่

 

 

1. ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน แบบ LED

 

หากเป็นสมัยก่อนรถที่มีรุ่นย่อยสูง ราคาแพง หรือแบรนด์ไฮโซทั้งหลาย อย่างดีสุดคุณจะได้ใช้ไฟซีนอน (HID) ทั้งแบบโคมมัลติรีแฟลกเตอร์ หรือจะเป็นโคมโปรเจคเตอร์ที่มีทั้งแบบไฟต่ำอย่างเดียวส่วนไฟสูงเป็นหลอดฮาโลเจน หากดีที่สุดจะเป็นโคมโปรเจคเตอร์แบบ BI-Xenon ไฟสูงต่ำในโคมเดียว ทว่าในปัจจุบันรถรุ่นใหม่มีน้อยคันมากแล้วที่ใช้ไฟซีนอน เนื่องด้วยความทนทานเมื่อใช้งานในระยะยาวต่ำกว่า ต้องคอยดูแลบัลลาสต์ให้อยู่ในสภาพร้อมใช้งาน

มาถึงยุคปัจจุบันรถรุ่นใหม่ ๆ ได้หันไปคบกับไฟหน้าแบบ LED เนื่องจากความสว่างของแสงที่มีประสิทธิภาพไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าแสงจากหลอดไฟซีนอน แต่มีข้อดีตรงที่ไม่ต้องรอวอร์มอุณหภูมิการทำงาน เปิดเมื่อใดก็สว่างเต็มที่ทันที และตัวระบบไฟเองแม้จะมีบัลลาสต์เหมือนกับไฟซีนอน แต่ด้วยต้นกำเนิดแสงไฟแอลอีดีที่เป็นเม็ดชิปขนาดเล็ก จึงทำให้เกิดความร้อนต่ำมาก อีกทั้งการผลิตในปริมาณมากจึงทำให้ต้นทุนต่ำลง ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมทั้งค่ายรถตลาด ไปจนถึงยี่ห้อหรูระดับไฮโซถึงเปลี่ยนมาใช้ไฟ LED กันหมด ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟท้าย หรือแม้แต่ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน DRL

ด้วยสาเหตุที่กล่าวมาจึงทำให้ผู้บริโภคที่รับทราบข้อมูลดังกล่าว ชื่นชอบในอุณหภูมิสีช่วง 5000K-6000K จากไฟแอลอีดี กอปรกับความสว่างที่มากกว่าหลอดไฟฮาโลเจนสีเหลือง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมลูกค้ายุคใหม่ถึงมาบ่นกับค่ายรถ เวลารถโมเดลใหม่ให้โคมโปรเจคเตอร์แต่เป็นไส้หลอดฮาโลเจน บางคนถึงขั้นไปหาหลอดไฟแอลอีดีมาเปลี่ยนเองก็มี เพราะราคาของหลอดนั้นมีตั้งแต่หลักร้อยไปถึงราวไม่เกิน 3 พันบาท

เหตุผลนอกเหนือจากความสวยงาม ต้นทุนผลิตถูก และการบำรุงรักษาที่ไม่จำเป็นต้องดูแลมาก สำคัญที่สุดคือความสว่างจากแสงของหลอดไฟ LED ที่ในรถที่มาพร้อมโคมโปรเจคเตอร์ ทิศทางของแสงที่พุ่งไปข้างหน้ายามค่ำคืนมีความเข้มข้นไม่แพ้แสงจากไฟซีนอน ทำให้การขับขี่ในสภาพเส้นทางอันมืดมิดปราศจากไฟถนน ผู้ขับขี่จะรู้สึกว่าปลอดภัยและมั่นใจกว่าการใช้รถที่มากับโคมฮาโลเจนเป็นอย่างมาก

 

 

2. กล้องมองภาพรอบคัน

 

การถอยจอดรถทั้งถอยหลังเข้าซอง หรือจะจอดเทียบข้างเคียงฟุตบาท ไม่ก็จอดซ้อนคันเวลาเข้าห้างฯ ช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ สำหรับผู้ขับขี่บางคนคิดว่ามันเป็นช่วงบาดหัวใจเสียเหลือเกิน ถึงแม้รถส่วนใหญ่จะมีเซ็นเซอร์ถอยหลัง กับกล้องมาหลังให้มาแล้ว แต่ในบางมุมผู้ขับขี่ก็ไม่สามารถคาดเดาระยะห่างรถตัวเอง กับสิ่งกีดขวางที่รัศมีเลี้ยวของรถมีสิทธิจะไปโดนหรือไม่

นั่นจึงเป็นเหตุว่าทำไมกล้องมองภาพรอบคันถึงกลายมาเป็นอุปกรณ์ที่คนยุคใหม่ต้องการ เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดขับ หรือมือเก๋าที่ขับรถมานานเกิน 10 ปี เชื่อเถอะหากคุณได้ลองใช้รถที่มีกล้อง 360 องศา เลือกดูมุมภาพได้ทุกมุม ตั้งแต่วงเลี้ยวล้อซ้ายล้อขวา ด้านหน้า หรือหลังรถ ยามใดที่ขับรถไปเจอช่องจอดที่ต้องอาศัยฝีมือ คุณจะรู้สึกคลายความกดดันทันที

 

 

3. ระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชั่นเหยียบเบรกอัตโนมัติ

 

รถติดทีไรเป็นต้องเมื่อยน่องเมื่อขาเพื่อเหยียบเบรก ใครไม่เคยขับรถเข้าเมืองใหญ่ ไม่เคยขับรถช่วงเทศกาลวันหยุดยาวไม่มีทางเข้าใจ แต่บริษัทรถยนต์ทราบถึงปัญหาที่ลูกค้าทั่วโลกต้องพบเจอ พวกเขาจึงแนะนำระบบเบรกมือไฟฟ้า ที่มักมากพร้อมกับระบบเหยียบเบรกอัตโนมัติ หรือ Brake Hold, Auto Brake Hold ไม่ก็ในชื่อเรียกอื่น ๆ ซึ่งทุกชื่อที่กล่าวมาล้วนทำงานเหมือนกันทั้งสิ้น

หากมองดูรถยนต์ในตลาดที่มีราคาต่ำกว่า 900,000 บาท เราจะไม่พบกับเบรกมือไฟฟ้ากับ Brake Hold เลย เพราะนั่นหมายถึงต้นทุนที่บริษัทรถต้องจ่ายเพิ่ม ทว่าออปชั่นดังกล่าวเป็นสิ่งที่ลูกค้าจำนวนมากต้องการได้มาไว้ใช้บนรถ เนื่องจากการจราจรอันติดขัดบนท้องถนนของเมืองไทยช่างร้ายแรงเสียเหลือเกิน

 

 

4. ระบบแจ้งเตือนรถในมุมอับ

 

เริ่มเข้าสู่ประเด็นความปลอดภัยกันบ้าง โดยอุปกรณ์แรกที่เข้าวินในส่วนนี้ก็คือ ระบบแจ้งเตือนรถในมุมอับ หรือที่ฝรั่งเขาเรียกว่า Blind Sport Monitoring (BSM) ซึ่งเจ้าออปชั่นตัวนี้คือพระเอกที่คอยช่วยให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุมานักต่อนัก ในรถแต่ละรุ่นหรือยี่ห้อจะมีหลักการพื้นฐานเหมือนกัน คือมีไฟสว่างวาบขึ้นมาบริเวณกระจกมองข้างด้านที่ระบบพบว่ามีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถบรรทุก แล่นเข้ามาอยู่ในโซนมุมอับสายตา ก่อนที่เราจะทำการหมุนพวงมาลัยเพื่อเปลี่ยนช่องจราจร

ด้วยคุณประโยชน์ของระบบดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้ผู้ผลิตรถมักนำมันไปติดตั้งบนรถรุ่นย่อยสูง ๆ ราคาแพง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วควรใส่มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เหมือนกับเบรก ABS/EBD ระบบควบคุมการทรงตัว ESP ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TSC หรือถุงลมนิรภัยรอบคัน 6-7 ใบ แน่นอนว่าเจ้าระบบแจ้งเตือนรถในมุมมีประสิทธิภาพสูงมากในการช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

 

 

 

5. ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ 

 

มาถึงออปชั่นสุดท้ายที่ลูกค้าส่วนใหญ่อยากได้มาประจำการบนรถคันใหม่ นั่นก็คือระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Autonomous Emergency Braking (AEB) เนื่องจากปริมาณรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และพาหนะอื่นบนท้องถนนมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดเวลา ยิ่งคนยุคปัจจุบันนิยมใช้สมาร์ทโฟนเช็คข่าวสาร ไม่ก็พิมพ์แชทคุยกับครอบครัว เพื่อนฝูง ตลอดจนเพื่อนร่วมงานระหว่างขับรถมากขึ้น และนั่นก็คือสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุขับรถชนกันอย่างหนึ่ง

หากจับตาดูวงการยานยนต์ไทยช่วง 2-3 ปีมานี้ จะเห็นว่ารถยนต์ระดับอีโคคาร์หลายคัน มีการติดตั้งระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติไว้ให้ในรุ่นย่อยสูงสุด ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ดีที่เห็นุถึงความใส่ใจของบรรดาค่ายรถที่มีต่อผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ตัวนี้เริ่มมีเสียงเรียกร้องจากลูกค้าให้ใส่มาเป็นมาตรฐานมากขึ้น เพราะหากดูจากทวีปยุโรป สหรัฐอเมริกา จะทราบว่ารัฐบาลหลายประเทศเริ่มบังคับให้มีการติดตั้งเป็นอุปกรณ์ติดรถไปแล้ว

 

ติดตามข่าวสารและบทความดี ๆ จากพวกเราทีมงาน Ridebuster.com

Comments

comments