5 เรื่องเข้าใจผิด เมื่อ ขับรถหน้าฝน  

เข้าหน้าฝนกันมาอีกแล้ว หลายวันที่ผ่านมา เราเห็นฝนตกหนักบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็น หรือได้ยินถกเถียงในโลกโซเชี่ยลประจำ คือพฤติกรรมผิดๆ ขับขี่ยามฝนตก และวันนี้เราจะมาบอกว่า อะไรที่นักขับส่วนใหญ่เข้าใจผิด เวลาขับรถกลางฝน และเราควรเรียนรู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

Driving Rain (1)

1.เปิดไฟฉุกเฉิน

พูดกันมาตลอดเรื่องไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉินขณะขับขี่กลางฝน เพราะ แสงไฟกระพริบของไฟฉุกเฉินบวกกับน้ำฝนบนกระจก จะทำให้เกิดการพล่ามัว รบกวนผู้ขับขี่ท่านอื่น ไม่เพียงเท่านี้การเปิดไฟฉุกเฉินระหว่างขับขี่ ยังทำให้ คุณไม่มีโอกาส แสดงสัญญาณไฟเลี้ยว เพื่อเปลี่ยนทิศทางตามต้องการได้

ทำให้ผู้ขับขี่ร่วมทางอาจจะเข้าใจผิด เมื่อคุณเปลี่ยนช่องทางเดินรถหรือต้องการเลี้ยว เวลาทัศนวิสัยแย่ สิ่งที่ควรทำมากที่สุด คือให้สัญญาณแก่ผู้ขับท่านอื่น

ดังนั้นไม่ว่าใครจะมาบอกคุณว่าเปิดๆไปเถอะ ไฟฉุกเฉินเวลาฝนตก อย่าทำ … วิธีการขับรถกลางฝน เมื่อทัศนวิสัยแย่ คือ ขับช้าลง ถ้าฝนตกหนักมาก และคุณไม่มั่นใจว่าตัวเองจะสามารถขับรถได้หรือไม่  ให้จอด ในที่ปลอดภัย รอจนฝนซาลงสักหน่อย ค่อนขับต่อ จะปลอดภัยกว่า

 

2.ปัดน้ำฝนแรงๆ

เรื่องนี้มักเกิดขึ้นกับมือใหม่หลายคน มักคิดว่า การปัดน้ำฝนแรงๆ เวลาฝนตก ทำให้กระจกมองเห็นได้ง่าย และเคีลยร์กว่า การให้เม็ดฝนมาเกาะสักพัก ก่อนถูกปัดออกไป

เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่เราคาดว่าเกิดความเข้าใจผิดในการใช้งานปัดฝน จริงอยู่ กระจกที่ใสปราศจากสิ่งกีดขวางจะช่วยให้มองเห็นได้ดีกว่า

แต่การเปิดใบปัดแรงสุด เมื่อฝนตกไม่แรงนัก ส่งผมเสียมากกว่าผลดี อย่างแรก ยางใบปัดน้ำฝนอาจเสียไวกว่าที่ควร เนื่องจากยังมีน้ำฝนไม่มากนัก ทำให้เกิดการเสียดสีกับกระจกมากกว่า ทำหน้าที่ของมัน คือกวาดน้ำออกไป

ประการที่สอง ใบปัดที่ความแรง จะทำให้ ช่วงจังหวะทัศนวิสัยคุณต่ำลง เนื่องจากใบปัด ทำงานเร็วตลอดเวลา ผิดกับการใช้ใบปัดเบา คุณจะมีเวลาจดจำรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างหน้ามากกว่า ให้ความปลอดภัยในการขับขี่มากกว่า  และที่จริงแรงลมระหว่างที่รถขับไปข่างหน้า ก็มีส่วนช่วยดันน้ำให้กระจายไปจากกระจกบังลมหน้าอยู่แล้ว

การใช้ใบปัดน้ำฝนแรง ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่ควรใช้ถูกต้อง ถ้าฝนตกหนัก ค่อยเปิดเบอร์แรง

 

3.ใช้ 4 H  เวลาขับกลางฝน

เรื่องนี้เห็นเป็นที่ถกเถียงในโซเชี่ยลกันมากมาย คนรุ่นเก่าว่ามีก็ใช้สิ แล้วซื้รถขับเคลื่อนสี่ล้อมาทำไม

ก่อนอื่นต้องแยกแยะครับ รถขับเคลื่อนสี่ล้อมันมีหลายประเภท ที่เรียก 4 WD  หรือ  Part Time 4WD  ซึ่งเป็นประเด็นนี้ มันถูกออกแบบมาสำหรับการลุย เกือบทั้งหมดในตลาด ยกเว้นบางยี่ห้อ จะเซทให้เมื่อใส่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแล้ว  ระบบจะทำให้ ล้อทั้ง 4 ถ่ายทอดกำลังเท่าๆกันในอัตรา 50/50 ทางด้านหน้าและหลัง เหมาะใช้กับทางที่มีการยึกเกาะน้อย ลื่นง่าย เช่น ทราย , กรวด หินลอย

แต่บนถนนเมื่อฝนตก ใช่เราอาจเคยได้ยินคำว่า ฝนตกถนนลื่นกันมามาก เรื่องนี้จริง แต่จะเกิดขึ้นเมื่อฝนตกใหม่ๆ ซึ่งฝนจะชะเอาคราบฝุ่นบนถนนขึ้นมา ทำให้มีความลื่นเป็นพิเศษในช่วงแรก หลังจากนั้น ก็ยังลื่นแต่ไม่มาก ถ้าไม่เกิดน้ำท่วมขังเป้นแอ่งน้ำ จนทำให้เกิดการเหิรน้ำ เมื่อขับผ่านมันไป

ยางปกติ เรียกว่าสามารถรีดได้ สบายมากไม่มีปัญหาใดๆ ถ้ายางไม่ใกล้หมดดอก สามารถรีดน้ำปกติบนพื้นได้แน่นอน

ด้วยการส่งกำลังหน้ากับหลังเท่าๆ กัน ทำให้  เวลาเลี้ยวรถในทางโค้ง จะดูขืนๆ เลี้ยวยาก โดยเฉพาะทางโค้งต่อเนื่องหรือ โค้งหักศอก  เราอาจไม่เห็นปัญหานี้นักเมื่อขับในทางตรงปกติ และมีรายงานจากหลายคนว่าไม่เกิดปัญหา เมื่อใช้ความเร็วไม่มาก (ต่ำกว่า 60 ก.ม./ช.ม.)

แต่ในความจริง รถปัจจุบันเกือบทุกรุ่นจะมีระบบควบคุมการทรงตัวมาด้วย ระบบนี้มีหน้าที่ ในการป้องกันการเสียการควบคุมรถ โดยเฉพาะรถหมุน และลื่นไถล ซึ่งเพียงพอสำหรับการขับขี่ในหน้าฝน

ดังนั้น ในความจริง ระบบ 4 H ไม่จำเป็นเลย ถ้ารถคุณ มีระบบควบคุมการทรงตัวคอยช่วยอยู่แล้ว แถมนานวันไป เฟืองหน้าและเกียร์ อาจลาโลกไปก่อน เพราะ ถนนที่มีน้ำฝน ไม่ลื่นอย่างที่เราคิด

 

4.ไม่ต้องล้างรถบ่อย

เชื่อว่าหลายคน คงเคยได้ยืนว่า หน้าฝนไม่ต้องล้างรถบ่อยหรอก ไม่ว่าจะเพราะมันเปลืองเดี๋ยวฝนก็ตกอีก หรือฝนตกบ่อยจน เอาเข้าร้านไปก็ไม่คุ้ม  แถมล้างเอง ก็เหนื่อยอีก

เรื่องนี้เรียกว่าเป็นความเข้าใจผิด จากหลายคน ฝนที่ตกลงมาอย่าคิดว่ามันสะอาด เหมือนสมัยปู่ย่าเรารองน้ำฝนมารับประทาน ฝนในวันนี้ บนท้องฟ้าที่มองไม่เห้นมีอะไรบ้าง ไอเสียจากรถยนต์ ,จากการเผาที่โล่ง , ฝุ่นก่อสร้างทั้งหมด คือคราบสกปรกที่เมื่อมันตกลงมาสู่รถคุณ เมื่อแห้งตัวจะเห็นว่า เกาะเป็นคราบสกปรก

ไม่เพียงเท่านี้คราบน้ำที่ดีดจากพื้นถนนก็ใช่ว่าจะโสภานัก ส่วนใหญ่จะเกาะเป็นโคลน เมื่อนานไปก็จะทำให้ชั้นแล็คเกอร์หมองลง

ดังนั้น เมื่อฝนตก ควรล้างรถอย่างสม่ำเสมอ และจะดีขึ้นถ้าคุณล้างขัดเคลือบ เพราะชั้นแว็กซ์จะช่วยป้องกัน คราบฝังแน่นได้ดี ทำความสะอาดง่ายขึ้นด้วยในทางหนึ่ง

 

5.ใช้   cruise Control   ช่วยได้

รถสมัยใหม่ มีตัวช่วยเยอะขึ้น  Cruise Control   เป็นหนึ่งในนั้น แต่เราอยากบอกว่าที่จริง เป็นเรื่องผิดอย่างมากที่คุณจะใช้  Cruise Control   ขับกลางฝน นั่นเพราะ คุณกำลังเสี่ยงไม่สามารถควบคุมรถได้ เมื่อเกิดการเหิรน้ำ

เป็นเรื่องปกติที่เราจะพบอาการเหิรน้ำ เมื่อขับท่ามกลางใน มันจะเกิดในพื้นที่น้ำท่วมขัง ซึ่งระบบล็อคความเร็วอัตโนมัติ จะใช้ความเร็วอย่างต่อเนื่องและอาจเร่งเพิ่มบ้าง เช่นในทางลาดชัน และนั่นรวมถึงเมื่อรถคิดว่า มันยังไปไม่เร็วเท่าที่ควร เช่น เวลาเราเหิรน้ำ ซึ่งล้อไม่ติดพื้นทำให้ความเร็วลดลง ในทางปฏิบัติของระบบจะสั่งให้เกิดเร่งเครื่องเฉียบพลัน

มันเป็นอันตรายมากกว่าผลดี เพราะ คุณอาจเสียการควบคุมระหว่างการเหิรน้ำ จนอาจหมุน หรือเดอุบัติเหตุได้ สิง่ที่ควรทำเวลาเหิรน้ำ คือ ถอนคันเร่งลง เพื่อรถ อาการลอยจากน้ำ

ดังนั้นเวลาฝนตก จงขับเอง อย่าใช้ ครูซ คอนโทรล  แต่คุณสามารถใช้ตัวช่วยอื่นได้ เช่นระบบป้องกันการหลุดเลน เป็นหนึ่งในสิ่งที่มีประโยชน์มากๆ

Comments

comments