5 รถดาวเด่น ตลาดโลก ที่ไม่ปังในไทย

แบ่งปันเรื่องนี้

รถยนต์ที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน หลายรุ่นเป็นรถที่ได้รับความนิยมในตลาดโลก ด้วยยอดขายเป๊ะปัง ในตลาดอื่นๆมากมาย แต่คุณจะแปลกใจที่รถเหล่านี้ บางรุ่นพอมาถึงไทย ยอดขายกลับไม่ดี ทำตลาดไม่ได้ และต่อไปนี้ เป็นรถที่บ้านเรา แทบขะมองผ่านพวกมันไปทั้งๆ ที่ในตลาดอื่นๆ มันขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

Ford Fiesta

นานมาแล้ว ฟอร์ด เคยมีรถเก๋ง และรถอย่าง  Ford Fiesta   ก็มียอดขายดีพอตัว โดยเฉพาะมันขึ้นแท่นอันดับต้นๆ กลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็กในตลาดยุโรป

Ford Fiesta เข้ามาขายในไทย ในราวๆปี 2010 ในฐานะรถยนต์นั่งขนาดเล็กจากค่ายวงรีสีน้ำเงิน ด้วยความตั้งใจจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งให้คนไทยได้จับจองกัน

ช่วงแรกรถรุ่นนี้ถือว่ามาแรงในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ปังมาก คนยังไม่ค่อยมั่นใจประกอบกับแรกๆ เป็นเครื่องยนต์ 1.6 และ 1.4 ลิตร ตอบตลาดเหมือนยุโรป จนกระทั่งโครงการรถคันแรก รถจึงเปลี่ยนเป็นขนาด 1.5 ลิตร ออกมาตอบตลาดแทน จึงได้รับความนิยมมากขึ้น

ทว่ารถรุ่นนี้แม้ว่าจะมีออพชั่นครบ ความทันสมัยไม่น้อยหน้าจากค่ายผู้ผลิตญี่ปุ่นเลน สไตล์ที่ออกมาสปอร์ตแตกต่างก็มาสะดุด จากลูกค้าพบปัญหาในการใช้งานจากชุดเกียร์ แถมเรื่องราวกลายเป็นมหากาพย์ จนมาเคลียร์จบ ตอนออกแรพเตอร์มาขาย ทำเอาทางฟอร์ด ปาดเหงือไม่น้อย และเป็นส่วนหนึ่งทำให้ รถเก๋งจากค่ายฟอร์ดไม่มาขายไทยด้วย

Toyota C-HR

ใครจะคิดว่า โตโยต้า ก็มีที่ขายดีมาทั่วดลก กลับไม่ปังในไทยด้วย จริงๆ น่าจะเรียกว่า รสนิยมคนไทยนี่เอาใจยาก เพรา   Toyota  C-HR   เป็นรถที่มียอดขายดี ตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในยุโรป และขายในตลาดญี่ปุ่น

ตลาด B-SUV

พอมาขายในไทย แรกๆ ก็ดูทรงว่าน่าจะขายดี พอไปได้ ทว่าก็กลับไม่บูมเท่าที่ควรจะเป็นผิดกับตลาดอื่นๆ ที่ดูจะไปได้สวยกว่า โดยเฉพาะตลาดยุโรป

ประเด็นหนึ่งที่ลูกค้ามักมองผ่านา  C-HR  ไปอย่างน่าเสียดาย จนยอดขาย  คู่แข่งชื่อสามอักษี ยังเดินดีไปนิ่งๆ สบายๆ ก็มาจาก การออกแบบพื้นที่โดยสารตอยหลัง มีความทึบ กระจกบานหลังเล็ก เวลาคนนั่งมานั่ง จะรู้สึกว่า รถนั้นไม่ค่อยโปร่ง ทั้งที่พื้นที่โดยสารไม่ได้แคบ ความยาวตัวรถ ก็ยาวถึง 4.2 เกือบ 4.3 เมตร

ทำเอาหลายคนคิดหนัก เพราะรถ  SUV  ส่วนใหญ่ ซื้อมาก็จะมีโดยสารตอนหลังบ้างไม่มากก็น้อย แต่ความทับของการโดยสารตอนหลัง ทำให้ผู้โดยสารอาจไม่ชอบใจ ยิ่งใคร กะว่า จะต้องมีผู้ใหญ่เดินทางไปด้วย หรือ ส่วนร่วมในการตัดสินใจซื้อรถ เรียกว่าปิดประตูไปเลย

แต่ส่วนดี ของ  Toyota C-HR   สำคัญ อยู่ที่การขับขี่ เป็นรถรุ่นแรกที่มาพร้อม โครงสร้างตัวถัง  TNGA   และ เป็นรถที่มีระบบไฮบริดวางจำหน่าย นั่นคือ ก่อนที่  Nissan kicks จะมาวางจำหน่าย รวมถึง ช่วงล่างหลังเป็นแบบ มัลติงลิงค์อีกต่างหาก เป็นรถที่มีความเล็กพริกขี้หนูในตัว

สำคัญที่สุด คือ มันเป็นรถอเนกประสงค์ที่ออกมาในสไตล์สปอร์ตๆ ดูครบเครื่องลงตัวน่าใช้งาน  โดยเฉพาะคันไหน จับไปใส่ชุดแต่ง ยิ่งดูดีขึ้นอีกเป็นกอง

Nissan Leaf

นิสสัน น่าจะเรียกว่า เป็นค่ายที่อยู่ในรายชื่อกลุ่มนี้มากที่สุด คันแรก คงเป็น  Nissan LEAF   รถยนต์ไฟฟ้ายอดขายอันดับ 1 ทั่วโลก ทำยอดขายไปแล้ว 500,000 คัน เมื่อสิ้นปี 2020 ที่ผ่านมา ส่วนในไทยนั้น ยอดขายไม่เยอะอย่างที่ตั้งหวังเอาไว้

Nissan LEAF

ที่จริง นิสสัน ตั้งใจจะทำตลาด นิสสัน ลีฟ ตอนเปิดราคา 1,990,000 บาท ไม่มีใครคิดว่า ตลาดรถยนต์ จะเปลี่ยนแปลงตัวเร็ว เพราะราคาดังกล่าวแพงกว่า คู่แข่งรถเกาหลี 1 แสนบาทเท่านั้น มิหนำซ้ำ เจอ ราคาภาษีนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น และไหนต้องบวกค่า โซฮุ่ยมากมาย ในการจัดการ  ราคาเลยออกมาอย่างที่เห็นนั่นแหละ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ประเด็นเรื่องราคามาถูกจุด ตอนคู่แข่งชาวจีนเปิดตัววางขายนี่แหละ คนเลยเริ่มมองว่าราคาแพง นิสสัน จึงเริ่มย่อตัวลง ด้วยโปรโมชั่นมโหราฬ ลด 5 แสนบาท เหลือราคา 1.49 ล้านบาท ถ้าคุณไปถามกับน้องๆ เซลล์ ที่น่ารัก ผลคิดรถขายได้ และไปได้เยอะ ยังไง คนก็ยังเชื่อมั่นในนิสสันมากกว่า

ยิ่งใครมีโอกาส ลองขับ นิสสัน ลีฟนะ จะทราบเลยว่า มวยคนละชั้นกันเลย ในเรื่องการขับขี่ แต่ทั้งนี้ รถยนต์ไฟฟ้าอย่างคู่แข่ง  MG ขายง่ายกว่า น่าจะเพราะคนอยากลองเทคโนโลยี ในราคาเท่าที่ตัวเองคิดว่าไม่ต้องกระเบียดกระเสียรเงินทองมาก และแถมได้รถทรง  SUV   ด้วยล่ะ

Nissan kicks e-Power

ทำนองเดียวกัน  Nissan kicks e-Power   ก็ตกที่นั่งลำบากในการขายให้คนไทยจับจอง ขณะที่ญี่ปุ่นยกมีกวักฝักมือเรียก รอคิวกัน 3-4 เดือน เรือวิ่งไปส่งไม่ทันความต้องการของลูกค้า

เรื่องราวของนิสสัน คิกส์ อีพาวเวอร์ คนละม้วน กับ นิสสัน ลีฟ ตรงคนไทยได้ติดเรื่องราคาที่แพงเกินไป เพียงแต่รู้สึกว่า ออพชั่นที่ให้มา มันขาดๆ อะไรหายไป อาทิ รถราคา 8 แสนกว่าบาท เกือบ 9 แสน ไม่มี ที่เท้าแขนคนนั่งหลังมาให้ แถมด้วยแนวทางการตบแต่งที่ทำออกมาแบบเดียวกับ  Nissan Almera   เลยทำเอาคนตะขิดตะขวงใจ

แอบรู้สึกเรื่องซื้อแล้วทำไมเราได้ แนวทางการออกแบบเหมือนอีโค่คาร์ นั่นก็มาจากการใช้พื้นฐานใกล้เคียงกันด้วยข้อหนึ่ง ยังดี รุ่นบนๆ พอสามารถูไถไปได้ ด้วยออพชั่นความปลอดภัย ล้ำสมัย ที่มีมากกว่าคู่แข่ง

แต่ส่วนที่ทำให้คนยังไม่เชื่อใจจริงๆ คงเป็นเรื่องระบบขับเคลื่อน  e-Power   หลายคนยังไม่เก็ทในเรื่องการทำงาน ว่าทำงานอย่างไรกันแน่ แล้วคำว่า รถยนต์ไฟฟ้าไม่ต้องชาร์จ นี่มันจริงหรือ ที่ควรจะเรียกแบบนั้น ในเมื่อ ก็ยังต้องเติมน้ำมันอยู่ตลอดปกติ เหมือนรถทั่วไป

หลายสิ่งที่กล่าวมา ทำให้ รถรุ่นนี้ไม่ได้ว่าไม่ดี แต่คนยังสงสัยกับคำถามที่ควรจะต้องมีคำตอบ เมื่อลูกค้าเข้าใจมากขึ้น ในที่สุดก็จะซื้อมากขึ้นนั่นเอง

Mitsubishi outlander PHEV  

ถ้าถามว่า ใครเป็นเจ้าของรถยนต์ไฮบริดเสียบปลี่กก็ต้องตอบตามตรงว่า มิตซูบิชิ ครับ ค่ายทรีไดมอนด์ออกรถแบบนี้มานานมาก และรถรุ่นนั้น ก็คือ Mitsubishi outlander   มียอดขายมากที่สุด จนเรียกว่าเป็น  king of PHEV   พอไหวอยู่

การมาขายในไทย ของรถรุ่นนี้ ถือว่าเป็นความกล้าของทางมิตซูบิชิ จะเปิดตลาดใหม่ๆ ดูบ้าง มันเปิดตัวเมื่อปีทีแล้ว ด้วยความหวังว่า จะทำยอดขายได้ดี รถที่ควรมีมูลค่า 3-4 ล้านบาท ถ้านำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น กดราคาเหลือเพียง 1.6 ล้านบาท ก็ขอนับถือแล้ว

แต่ที่รถรุ่นนี้ยังเห็นน้อยมาบนถนน ก็ไม่ได้เกี่ยวกับ การตั้งราคาขาย หรือ ตัวรถมีออพชั่นไม่พร้อม แต่ต้องยอมรับว่า กว่าจะมาถึงไทย ก็นานไปหน่อย แถมเปิดตัวรุ่นประกอบไทย ขายไทย ไม่นาน เมืองนอกเปิดตัวใหม่ หน้าตาดูสวยงามและตัวใหญ่ขึ้น ซึ่งก็แน่ว่า ไม่มีใครอยากซื้อรถ ที่ใช้เดี๋ยวเดียวแล้วตกรุ่นหรอกจริงไหม

ดังนั้น ไม่แปลกที่ ลูกค้าในไทย จะคิดหนัก ถ้าจะริซื้อ  Outlander PHEV   ในตอนนี้ ยิ่งตัวเลือกรถเสียบปลั้กมีมากขึ้นในตลาด ก็ยิ่งทำให้ลูกค้าคิดหนัก ถ้าจะตัดสินใจซื้อรถสักคัน

ต้องยอมรับว่า รถยนต์ที่คนไทยชอบ กับต่างประเทศ ว่าดี มองว่าใช่ มีความเหมือนและแตกต่างกันบ้าง ในหลายแง่มุม เช่น ความเข้าใจในเทคโนโลยี หรือเรื่องสำคัญ คอื ราคาขายที่ถูกต้องและไม่แพงจนเกินไป  น่าจะเป็นเรื่องที่พอแก้ได้

แต่บางเรื่องอย่างรสนิยมของคนไทย และความตื่นตระหนกต่อปัญหาตัวรถ นับว่าเป็นสิ่งที่แก้ยากที่สุด ในการทำให้รถสักคันขายได้ดี และปังขึ้นมาในใจคนซื้อ

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments