2023 Toyota GR Corolla เผยโฉมคันจริง 300 แรงม้า ขับสี่ เกียร์แมนวล

แบ่งปันเรื่องนี้

Toyota Corolla คือตระกูลรถยนต์ที่มีกระแแสตอบรับดีอย่างต่อเนื่องและยาวนานมาหลายสิบปี และตอนนี้ทางค่ายก็กำลังทำให้มันดูน่าตื่นเต้นขึ้นไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว 2023 Toyota GR Corolla ออกมา

Toyota GR Corolla ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานเดียวกันกับ Corolla Hatchback ที่แต่เดิมก็มีหน้าตาดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวอยู่แล้ว แต่ในคราวนี้ทางดีไซน์เนอร์ได้ทำการปรับแต่งเปลือกนอกมันใหม่ให้ดูมีความดุดันมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ ฝากระโปรงแบบมีรูระบายอากาศใกล้ตำแหน่งที่ฉีดน้ำล้างกระจก, กันชนหน้าที่ดูเป็นเหลี่ยมเป็นสันมากกว่าเดิม (งานดีไซน์คล้ายๆ GR Yaris), เปลี่ยนแก้มข้างด้านหน้าใหม่ ทำให้ตัวรถกว้างขึ้นอีก 20 มิลลิเมตรในจุดนี้ และมีช่องระบายอากาศหลังแนวล้อหน้า, ตรงกลางลำตัวรถใส่สเกิร์ตข้างปั๊มลาย “GR-Four”

ส่วนด้านหลังก็มีการใส่ชิ้นโป่งซุ้มล้อเข้าไป ทำให้รถกว้างขึ้นกว่าเดิมอีก 30 มิลลิเมตร, สเกิร์ตท้ายมีดิวฟิวเซอร์, และแน่นอนว่าสปอยเลอร์หลังก็ขาดไม่ได้, สุดท้ายคือท่อไอเสีย 3 รู (ด้านซ้ายสุด-ขวาสุด-และกลาง) ที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ยังช่วยลดแรงดันภายในระบบระบายไอเสีย เพื่อเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ให้มีความจัดจ้านยิ่งขึ้นด้วย

ด้านงานตกแต่งภายใน เราจะพบว่าในจุดนี้มันไม่ได้มีความแตกต่างไปจาก Toyota Corolla Hatchback รุ่นปกติมากเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหน้าตาของแผงคอนโซล และจอกลางแบบ TFT ขนาด 8 นิ้ว ที่ยังคงให้ฟีเจอร์ระบบ Toyota Audio Multimedia System มาแบบครบครัน แต่ทั้งนี้ ในส่วนจอแสดงผล MID ที่เป็นแบบ TFT ขนาด 12.3 นิ้วนั้น จะถูกปรับอินเตอร์เฟซภายในใหม่ ให้แสดงผลเข้ากับตัวรถมากยิ่งขึ้น เช่น แรงดันเทอร์โบ, ตำแหน่งเกียร์, หรือโหมดการทำงานนของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันมีการปรับหน้าตาใหม่อย่างชัดเจน พร้อมแปะโลโก้ GR เอาไว้ที่ก้านด้านล่าง, หัวเกียร์เป็นแบบ Short-Stroke Shift เพื่อความฉับไวในการเปลี่ยนเกียร์แบบ iMT 6 สปีด, ขณะที่แป้นควบคุมรถด้านล่างต่างๆก็เป็นแป้นอลูมิเนียมน้ำหนักเบา, เบาะนั่งแบบกึ่งบัคเก็ทซีท ก็หุ้มหนังกลับเพื่อความดิบ และไม่ลืมที่จะปักโลโก้ GR เอาไว้ที่พนักศรีษะดว้ย

สิ่งที่ถือเป็นไฮไลท์สำคัญของมันก็คือ เครื่องยนต์ ที่เป็นบล็อค 3 สูบเรียง 1.6 ลิตร พ่วงเทอร์โบชาร์จ ที่ยกมาจาก GR Yaris แต่ถูกปรับจูนใหม่ จนเบ่งพลังเพิ่มขึ้นเป็น 304 PS ที่ 6,500 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุดอีก 370 นิวตันเมตร ที่ 3,000 – 5,000 รอบ/นาที พร้อมส่งกำลังด้วยชุดเกียร์แมนวล 6 สปีด และใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ผู้ขับสามารถเลือกโหมดการถ่ายแรงได้ ว่าจะขับแบบไหน ระหว่าง เน้นส่งกำลังไปยังล้อคู่หน้า ในแบบ 60 : 40, เน้นส่งกำลังแบบกลางๆ 50 : 50, หรือชอบทำท้ายขวาง ด้วยการเฉลี่ยกำลังแบบ 30 : 70 ซึ่งผู้ขับสามารถหมุนปรับได้เลยด้วยปุ่มที่อยู่ภายในห้องโดยสาร

ด้วยพละกำลังเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้น และระบบขับเคลื่อนที่เอื้อให้ผู้ขับอยากจะเค้นสมรรถนะของตัวรถมากกว่าเดิม ดังนั้นทาง Toyota จึงได้ทำการเสริมความแข็งแรงตัวถังรถให้แข็งแกร่งขึ้นอีกขั้น ด้วยการเพิ่มจุดเชื่อมตัวถังให้มากขึ้น และมีการเปลี่ยนวัสดุฝากระโปรง กับประตูหน้าใหม่ ให้ทำจากวัสดุอลูมิเนียม เพื่อรักษาน้ำหนักตัวรถไม่ให้เพิ่มขึ้นจาก Corolla รุ่นพื้นฐานมากเกินไป (GR Corolla หนัก 1,475 กิโลกรัม ซึ่งมากกว่า Corolla Hatchback ขึ้นมาอีก 85.7 กิโลกรัมเท่านั้น)

ระบบกันสะเทือนเอง ก็ถูกปรับปรุงใหม่เพื่อเน้นการใช้งานในสนามแข่ง(ทางเรียบ)มากขึ้น ตั้งแต่ สปริงและโช้กอัพชุดใหม่ พร้อมเหล็กกันโคลงทางด้านหน้า, ระบบกันสะเทือนด้านหลังเองก็ถูกปรับเซ็ทค่าใหม่เช่นกัน และเพื่อสเถียรภาพในการใช้งานสูงสุด ทาง Toyota จึงไม่ลืมที่จะใส่ระบบเฟืองท้ายแบบ Limited Slip มาให้ด้วยทั้งในส่วนล้อคู่หน้าและล้อคู่หลัง

ชุดล้อที่ให้มา เป็นล้ออัลลอยด์แบบ 15 ก้าน ขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยาง Michelin Pilot Sport 4 ขนาด 235/40R18, ระบบเบรกด้านหน้าเป็นแบบจานเบรก 2 ชั้น และมีการเซาะร่อง ขนาด 356 มิลลิเมตร ทำงานร่วมกับปั๊ม 4 พอท – ด้านหลัง แบบจานเบรกเซาะร่อง ขนาด 297 มิลลิเมตร ทำงานร่วมกับปั๊ม 2 พอท

ระบบความปลอดภัยที่อยู่ใน GR Cotolla หลักๆแล้วก็จะเป็นระบบ Toyota Safety Sense 3.0 ซึ่งจะประกอบไปด้วย ระบบป้องกันการชน, ระบบป้องกันการออกนอกเลนพร้อมระบบหักเลี้ยวอัตโนมัติ, ระบบ Dynamic Cruise Control, ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ, ระบบตรวจจับป้ายจราจร, ระบบแจ้งเตือนเบาะหลัง, ระบบแจ้งเตือนมุมอับ, ระบบแจ้งเตือนการสัญจรด้านหลัง, ระบบช่วยเหลือบนทางชัน พร้อมแพ็คเกจ Toyota Safety Connect ฟรี 1 ปี สำหรับการช่วยเหลือผู้ใช้กรณีเกิดอุบัติเหตุ หรือรถหายเป็นต้น

โดยในตอนนี้ ทาง Toyota USA ยังไม่มีการเปิดเผยราคาของ Toyota GR Corolla ออกมาแต่อย่างใด ส่วนในประเทศไทยเอง ก็ยังไม่มีข้อมูลว่าพวกเขาจะสนใจนำเอาตัวรถรุ่นนี้มาวางจำหน่ายในประเทศไทยเหมือน GR Yaris หรือไม่ ? ซึ่งก็ต้องรอติดตามกันต่อไปครับ

ข้อมูลจาก Toyota

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments