Chevrolet ชื่อนี้ อาจหายหน้าจากประเทศไทยของเราไปได้พักใหญ่ แต่ในประเทศบ้านเกิดของพวกเขากลับยังคงมีการนำเสนอสิ่งที่น่าสนใจออกมายั่วลูกค้าอยู่เสมอ อย่างเช่น Chevrolet COPO Camaro ปีใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมกับออพชัน เครื่องยนต์ V8 10.3 ลิตร 1,004 แรงม้า ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อตั้งแต่ออกโรงงาน

ก่อนจะไปทำความรู้จักกับรถ เราอยากให้ทุกท่านทำความเข้าใจก่อนว่า เมื่อครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในปี ค.ศ. 1969 ทาง Chevrolet ได้มีการเปิดโอกาสให้ดีลเลอร์สามารถสั่งรถสเป็คพิเศษจากโรงงาน เพื่อขายให้กับลูกค้าของตน ในแบบที่ไม่สามารถหาจากดีลเลอร์แห่งอื่นได้ ซึ่งตัวรถที่ถูกสั่งในโปรเจ็กท์ดังกล่าวนั้น จะมีชื่อเรียกตามมาคือ Central Office Production Order หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า COPO

โดยแม้ไม่มีข้อมูลว่าโปรเจ็กท์นี้หายไปตอนไหน แต่ชื่อ COPO ก็ได้กลับมาอีกครั้งในปี 2012 พร้อมกับการเปิดตัว COPO Camaro Concept และนับแต่นั้นเป็นต้นมา เจ้ามัสเซิลคาร์รุ่นนี้ ก็ยังคงถูกเปิดรับออเดอร์มาอยู่เรื่อยๆ ในฐานะรถยนต์รุ่นลับ แต่ไม่ลับขนาดนั้นต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน

จุดเด่นหลักๆของรถยนต์ COPO ก็คือ ความพิเศษหลักๆที่ว่าของมันนั้น จะเน้นหนักไปที่การถูกปรับแต่งให้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ที่ให้พละกำลังมหาศาลกว่าเครื่องยนต์ของตัวรถรุ่นปกติมากๆ ทั้งนี้ก็เพราะรถยนต์ในโปรเจ็กท์นี้ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเอาไว้ลงสนามแข่งขันวิ่งทางตรงเข้าเส้นชัย หรือ แดร็กสตริป เป็นหลัก นั่นเอง

และจุดที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ในที่สุด สำหรับตัวรถ COPO Camaro รุ่นปี 2023 ที่ทางค่ายพึ่งเปิดรับออเดอร์ได้เพียงไม่นานนักนั้น นอกจากจะมีออพชันเครื่องยนต์ LSX 427 NA แบบ V8 ขนาด 7.0 ลิตร กำลังสูงสุด 470 แรงม้า ตามด้วยเครื่องยนต์ LSX 350 SC แบบ V8 5.7 ลิตร ที่แม้จะมีความจุน้อยกว่าเครื่องยนต์ลูกแรก แต่ก็พ่วงซุปเปอร์ชาร์จเจอร์จนปั่นแรงม้าได้มากขึ้นเป็น 580 ตัว แล้ว

มันยังมีออพชันเครื่องยนต์ ZZ 632 NA BIG BLOCK ซึ่งเป็นขุมกำลัง V8 ที่มีขนาดความจุใหญ่มหึมาถึง 10.3 ลิตร ซึ่งนั่นมากพอที่จะทำให้มันสามารถปั่นแรงม้าได้สูงสุด 1,004 ตัว กับแรงบิดสูงสุดอีก 1,188 นิวตันเมตร โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบอัดอากาศ และใช้น้ำมันแค่เบนซิน ออกเทน 93 เท่านั้นอีกด้วย

และเนื่องจากรถ Chevrolet COPO Camaro ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อใช้ในการแข่งขันเท่านั้น จึงทำให้มันไม่ได้ถูกตีเลขประจำตัวถัง หรือ VIN และแทบจะไม่ได้มาพร้อมกับส่วนควบอื่นๆที่จำเป็นในการใช้งานบนถนนหลวงตามข้อกฏหมาย จึงทำให้มันไม่สามารถนำไปวิ่งบนถนนสาธารณะได้เลยนั่นเอง

ทั้งนี้ แม้จะไม่ได้มีการเปิดเผยราคาสำหรับการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และยอดจำนวนการผลิต แต่ทาง Chevrolet ก็ได้มีการเปิดรับสั่งผลิตตัวรถบนเว็บไซต์อยู่เรื่อยๆ ซึ่งเมื่อถึงคิวที่ต้องผลิตรถตามออเดอร์ของลูกค้าที่สั่งตัวรถไว้แล้ว ทางบริษัทก็จะมีการแจ้งเก็บเงินอีก 15,000 ดอลล่าร์ หรือราวๆ 522,000 บาท เพื่อเป็นเงินมัดจำนั่นเอง

ว่าแต่มีสำนักแต่งคนไหนอยากได้สักคันมั้ยล่ะครับ ?

แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่