รีวิว 2022 Yamaha R15 ตัวเริ่มต้นสายสปอร์ตออพชันสุดกว่าใคร ในราคาที่ต้องคิด

แบ่งปันเรื่องนี้

Yamaha YZF-R15 คือรถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตคลาส 150cc ที่มีกระแสตอบรับสูงมากในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน และในปี 2022 นี้ ก็ถึงเวลาแล้วที่มันจะได้รับการปรับโฉมเป็นเจเนอเรชันที่ 3 (ของไทย) ซึ่งเราจะมา รีวิว มันแบบสัมผัสแรกให้เพื่อนๆได้ชมกันในครั้งนี้

*ก่อนที่จะเจาะจงไปยังตัวรถ เราต้องขอทำความเข้าใจก่อนว่า ตัวรถ Yamaha YZF-R15 ที่เราเคยคุ้นหูกันในตอนนี้ทาง Yamaha ได้ทำการเปลี่ยนชื่อมันใหม่โดยการตัดรหัส YZF ออกไป แล้วเหลือชื่อแค่เพียง “R15” หรือ “อาร์-หนึ่ง-ห้า” เท่านั้น ซึ่งทางค่ายไม่ได้มีการเปิดเผยว่าตัดรหัสต้นออกไปด้วยเหตุผลใด แต่คาดว่าเพื่อไม่ให้ชื่อรถดูยาวเกินไป และสอดคล้องกับคำเรียกของผู้ใช้ปกติ ที่มักเรียกกันห้วนๆว่า “อาร์สิบห้า” หรือ “อาร์หนึ่งห้า” ก็เป็นได้

งานออกแบบ

กลับมาที่ความเปลี่ยนแปลงของตัวรถ Yamaha R15 รุ่นใหม่ สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของมันก็คงหนีไม่พ้นงานดีไซน์เปลือกนอกที่ถูกปรับเปลี่ยนใหม่แทบทั้งหมดภายใต้คอนเซปท์การออกแบบ “Urban Giant-Killer” ซึ่งเป็นการปรับหน้าตาของตัวรถให้มีการผสมผสานระหว่างตัวแข่ง YZR-M1 และพี่ใหญ่ YZF-R1 กับพี่รอง YZF-R7 เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว

ไม่เพียงเท่านั้นทางค่ายยังได้ทำการปรับสัดส่วนแฟริ่งใหม่ ให้ตัวรถดูมีความบึกบึนทางด้านหน้ามากยิ่งขึ้น ขณะที่ท้ายรถจะดูเล็กลง เพื่อเพิ่มกลิ่นอายความเป็น “บิ๊กไบค์” หรือ “มอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่” ให้ชัดเจนกว่าตัวรถ R15 โฉมก่อน

และแม้ว่าชุดแฟริ่งใหม่ของมัน จะต้านลมกว่าเดิมเล็กน้อย เนื่องจากแฟริ่งด้านหน้ามีความป้านออกทำให้พื้นที่ปะทะลมมากขึ้น จาก 0.348 ตารางเมตร เป็น 0.350 มิลลิเมตร แต่นั่นก็เพื่อที่มันจะได้ช่วยแหวกลมออกจากตัวผู้ขี่ได้ดีกว่าเดิมนั่นเอง

จุดเด่นสำคัญ

นอกจากการปรับปรุงงานดีไซน์แฟริ่งรอบคัน ชุดหน้าจอมาตรวัดของ R15 รุ่นบนที่มาพร้อมรหัส “M” ยังถูกปรับปรุงใหม่ ให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม ปรับอินเตอร์เฟซการแสดงผลใหม่ให้เหมือนกับหน้าจอของพี่ใหญ่อย่าง YZF-R1 มากขึ้น และยังมีการปรับลักษณะการรแสดงผลของไฟชิฟไลท์ รวมถึงเพิ่มฟังก์ชันการจับเวลาต่อรอบให้กับผู้ใช้ที่อยากนำรถไปขี่ฝึกซ้อมในสนามแข่งได้อีกด้วย

หากแค่นั้นยังไม่พอ สำหรับตัวรถ R15M ยังได้รับการติดตั้งชิ้นส่วนตกแต่งพิเศษอีกหลายรายการ เช่น แผงคอบนแบบเซาะร่อง แรงบันดาลใจจากตัวแข่ง Yamaha YZR-M1, หัวโช้กสีน้ำเงิน พร้อมสกรีนตัวอักษร R15M (เฉพาะตัวรถสีเทา-ดำ), เบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์ลายคาร์บอน, และการ์ดความร้อนปลายท่อกับสวิงอาร์มหลังทำสีเงิน

และที่พิเศษกว่างานตกแต่งภายนอก ก็คือการที่สำหรับตัวรถ R15 รหัส M นั้น จะได้รับการติดตั้งชิ้นส่วนเสริมสมรรถนะเพิ่มเข้ามาอีก 4 รายการด้วยกัน เริ่มจาก คาลิปเปอร์เบรกหน้า 2 พอร์ทจาก Brybe, ระบบ ABS แบบ Dual-Channel, ระบบ Traction Control (เปิด-ปิดการทำงานได้), และ ระบบ Quickshifter แบบขึ้นทางเดียว (เปิด-ปิดการทำงานได้) ซึ่งแต่ละสิ่งที่ให้มานั้น ล้วนทำให้มันกลายเป็นรถสปอร์ตคลาส 150cc ที่มีออพชันจัดเต็มที่สุดในทันที

รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจของ Yamaha R15 2022

เครื่องยนต์ : 4 จังหวะ SOHC สูบเดี่ยว 4 วาล์ว เทคโนโลยี VVA ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 155cc จากขนาดกระบอกสูบ 58 มิลลิเมตร x ช่วงชัก 58.7 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 11.6 : 1
กำลังสูงสุด : 19.3 แรงม้า PS ที่ 10,000 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด : 14.7 นิวตันเมตร ที่ 8,500 รอบ/นาที
ระบบส่งกำลัง : ชุดเกียร์ 6 สปีด พร้อมกลไกสลิปเปอร์คลัทช์

ระบบกันสะเทือนด้านหน้า : โช้กหน้าตะเกียบคู่หัวกลับ ขนาดแกน 37 มิลลิเมตร จาก KYB
ระบบกันสะเทือนด้านหลัง : โช้กต้นเดี่ยวปรับเซ็ทพรีโหลดได้ ทำงานร่วมสวิงอาร์มแขนคู่ และกลไกกระเดื่องทดแรง
ระบบเบรกทางด้านหน้า : จานเบรกเดี่ยว ขนาด 282 มิลลิเมตร ทำงานร่วมปั๊มโฟลทติ้งเมาท์ 2 พอท
ระบบเบรกทางด้านหลัง : จานเบรกเดี่ยว ขนาด 220 มิลลิเมตร ทำงานร่วมปั๊มโฟลทติ้งเมาท์ 1 พอท
ชุดล้อหน้า : ล้ออัลลอยด์ รัดด้วยยางทูบเลส ขนาด 100/80-17
ชุดล้อหลัง : ล้ออัลลอยด์ รัดด้วยยางทูบเลส ขนาด 140/70-17

ชุดเฟรม : เดลต้าบ็อกซ์ แบบไดมอน
องศาแผงคอ/ระยะเทรล : 25.5 องศา / 88 มิลลิเมตร
มิติตัวรถ (กว้าง x ยาว x สูง) : 725 x 1,990 x 1,135 มิลลิเมตร
ความสูงเบาะ : 815 มิลลิเมตร
ความสูงใต้ท้องรถ : 170 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ : 1,325 มิลลิเมตร
ความจุถังน้ำมัน : 11 ลิตร
น้ำหนักตัวรถเมื่อรวมของเหลวพร้อมขี่ : 137 กิโลกรัม สำหรับรุ่น STD และ 140 กิโลกรัม สำหรับรุ่น M ABS

สัมผัสจากการขับขี่ในสนามแข่งแก่งกระจานเซอร์กิต

แน่นอนสิ่งแรกที่เราจะกล่าวถึงก่อนคือเรื่องของท่าทางในการขับขี่ตัวรถ ซึ่งแม้เราจะเห็นว่าตัวรถนั้นได้ถูกปรับปรุงเปลือกนอกใหม่ทั้งหมด ทว่าทั้งตำแหน่งแฮนด์จับโช้ก, เบาะนั่ง, และพักเท้าของมัน กลับไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนไปมากเท่าไหร่นัก เมื่อเทียบกับตัวรถโฉมก่อน

เริ่มจากลำตัวช่วงบนที่ยังคงต้องหมอบต่ำกว่าปกติ เมื่อเทียบกับรถมอเตอร์ไซค์ทั่วๆไปพอสมควร จนหากใครไม่เคยขี่รถสปอร์ตมาก่อน อาจมีอาการปวดเมื่อยได้ง่ายๆ ทว่าในส่วนพักเท้าจะอยู่ในจุดกึ่งกลางระหว่างความจิกนิดๆเพื่อความสะดวกในการกางเข่าเข้าโค้ง แต่ก็ไม่ได้มากเกินไปจนทำให้ใช้งานรถในชีวิตประจำวันลำบากมากเท่าไหร่นัก

และถึงแม้ความสูงเบาะ 815 มิลลิเมตร ของมัน จะทำให้หากผู้ขี่มีส่วนสูงไม่เกิน 175 เซนติเมตร ยังต้องใช้วิธีเขยิบบั้นท้ายช่วยถึงจะแตะพื้นได้เต็มฝ่าเท้าหนึ่งข้าง แต่ในทางกลับกัน เบาะนั่งของมันกลับให้ความรู้สึกหนานุ่ม สบายบั้นท้ายอยู่พอสมควร

ส่วนสิ่งที่พอจะสัมผัสได้ว่ามีความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนที่สุดในเรื่องท่านั่ง ก็คือถังน้ำมันที่มีการปรับดีไซน์ใหม่ จึงทำให้ผู้ขี่สามารถใช้หว่างขาหนีบ หรือเกี่ยวตัวถัง ทั้งในจังหวะหมอบบนทางตรง และทิ้งโค้งได้อย่างกระชับมากยิ่งขึ้น รวมถึงตอนเบรกหนักๆเอง ยังดูเหมือนว่ามันจะดันเป้าผู้ขี่น้อยลงอีกด้วย

ด้านสมรรถนะในการควบคุม แม้ว่าอันที่จริงทาง Yamaha จะระบุว่าพวกเขาได้ทำการเซ็ทอัพโช้กหน้าของมันใหม่ก็ตาม ทว่ามันกลับให้ความรู้สึกว่าช่วงหน้ารถมีความหนืดในการซับแรงขึ้นเพียงเล็กน้อยในจังหวะเข้าโค้งเท่านั้น ซึ่งทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นโช้กที่มีความหนืดเมื่อเจอกับร่องหลุมต่างๆอยู่ดี

เพราะหากมองในภาพรวมความสามารถในการซับแรงทั้งโช้กหน้าหรือโช้กหลัง ก็ยังติดความกระด้างอยู่พอสมควรเช่นเดิม แต่มันก็แลกมาซึ่งความคล่องตัวในการพลิกรถไปมาก็ยังคงเป็นจุดเด่นสำคัญของตัวรถรุ่นนี้อยู่ รวมถึงความสามารถในการรักษาแสดงถึงสัมผัสของผิวถนนที่ชัดเจนทั้งในจังหวะการขี่บนทางตรง หรือการเข้าและออกโค้ง ติดแค่เพียงยางติดรถ ที่ต้องใช้เวลาในการวอร์มนานพอสมควรถึงจะเกาะกับผิวสนาม และด้วยรูปทรงของมันจึงทำให้ไม่เอื้อต่อการแบนโค้งลึกๆมากเท่าไหร่นัก (สำหรับการแบนในสนามแข่ง)

ส่วนระบบเบรกเอง ก็สามารถทำงานในระดับไว้ใจได้ ทว่าจุดที่น่าสนใจก็คือ ตัวรถ R15 รุ่นพื้นฐานกลับ ให้ความรู้สึกในการเบรกที่มีความจิก(เอาอยู่)มากกว่าตัว R15M แม้ว่ารุ่นหลังจะให้คาลิปเปอร์เบรกของ Brybe ก็ตาม ดังนั้นสิ่งที่ทำให้ตัวรถรหัส M ดูน่าใช้มากกว่าตัวรถรุ่นพื้นฐานในจุดนี้ ก็มีแค่เพียงระบบ ABS แบบ Dual-Channel เท่านั้น ที่ทำให้ผู้ขี่สามารถมั่นใจในการเบรกรถเมื่อเจอเหตุฉุกเฉิน หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันนั่นเอง

เครื่องยนต์ของ R15 รุ่นใหม่ล่าสุด จากข้อมูลโดยทาง Yamaha ระบุว่าพวกเขาแทบไม่ได้มีการปรับปรุงชิ้นส่วนภายในใดๆของมันเลยทั้งสิ้น นั่นจึงหมายความว่าคาแร็คเตอร์ของขุมกำลังที่อยู่ในสปอร์ตไบค์รุ่นนี้ ก็ยังคงไม่หนีต่างไปจากตัวรถโฉมก่อนเช่นกัน ทั้งในเรื่องความจัดจ้าน และการเรียกอัตราเร่งตั้งแต่รอบต่ำไปจนถึงรอบสูงที่มีความต่อเนื่องที่สุดในคลาส โดยไม่ได้มีอาการแผ่วในย่านรอบใดรอบหนึ่ง ซึ่งก็ต้องขอบคุณระบบวาล์วแปรผัน VVA ที่ใส่มาให้ตั้งแต่ R15 โฉมก่อนด้วย

และนอกจากชุดกลไกสลิปเปอร์คลัทช์ ที่ทำให้การเชนเกียร์ลงหนักๆแต่ละครั้ง ผู้ขี่แทบไม่ต้องกังวลในเรื่องอาการท้ายรถสไลด์ง่ายๆ ซึ่งอันที่จริงก็ติดตั้้งมาให้ตั้งแต่ R15 รุ่นก่อนเช่นกันแล้ว หากเป็นตัวรถ R15M ที่มาพร้อมกับควิกชิฟท์เตอร์ ก็ยิ่งทำให้การเดินคันเร่งเพื่อทำความเร็วออกจากโค้งมีความต่อเนื่องมากขึ้นไปอีก ซึ่งจะเห็นผลดีมากๆในช่วงโค้งความเร็วสูง ที่ยังไงด้วยความเป็นรถมอเตอร์ไซค์คลาส 150cc มันก็ต้องมีจังหวะให้ต่อเกียร์กลางโค้งบ่อยๆอยู่แล้ว

แถมที่สำคัญคือตัวชิฟท์เตอร์นั้นสามารถตัดต่อรอบเครื่องยนต์ได้เนียนมาก ชนิดที่ว่าผู้ทดสอบแทบไม่รู้สึกถึงอาการสะอึกของเครื่องยนต์ตอนเตะเกียร์เลยแม้แต่น้อย (เนียนกว่าชิฟท์เตอร์ของรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้คันเร่งไฟฟ้าในคลาส 250cc บางคันเสียอีก)

ส่วนระบบ Traction Control น่าเสียดายที่ในวันทดสอบพื้นสนามไม่ได้ลื่นมากเท่าไหร่นัก จึงทำให้ยางหลังยังไม่ออกอาการลื่นไถลให้ระบบนี้ต้องทำงาน ผู้ทดสอบจึงยังไม่สามารถบอกได้ว่ามันตัดหรือแก้อาการท้ายสไลด์ได้เนียนแค่ไหน

สรุปการ รีวิว 2022 Yamaha R15 รุ่นใหม่ ทั้ง Yamaha R15 Connected และ Yamaha R15M Connected – ABS

หากเรียนตามตรง นอกจากหน้าตาที่มีการปรับเปลี่ยนใหม่อย่างเห็นได้ชัด เจ้า R15 โฉมใหม่ทั้ง 2 รุ่นย่อย ก็ให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่แทบไม่หนีจากโฉมก่อนเลยแม้แต่น้อย ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่ และไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เนื่องจากแต่เดิม ตัวรถ R15 รุ่นก่อน ก็มีสมรรถนะโดยรวมที่ค่อนข้างดีอยู่แล้ว ทั้งในด้านการควบคุม หรือเครื่องยนต์ที่แรงแทบจะมากที่สุดในคลาสเดียวกัน

ดังนั้นสิ่งที่น่าสนใจจริงๆของมัน จึงหนีไม่พ้นออพชันใหม่ๆที่ถูกใส่เข้ามาให้กับตัวรถ R15M ซึ่งก็คือระบบ ABS กับ Traction Control ที่ทำให้ผู้ขี่หน้าใหม่ สามารถมั่นใจในการใช้งานตัวรถรุ่นนี้หากเกิดกรณีฉุกเฉินมากขึ้น และที่โดดเด่นยิ่งกว่าก็คือตัวควิกชิฟท์เตอร์ที่ทำให้เราสามารถสนุกสนานกับมันขึ้นกว่าเดิมจริงๆ ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งกับใครสักคนที่อยากจะฝึกทักษะการขี่รถสปอร์ตไบค์เล็กๆก่อนที่จะไปหาสปอร์ตไบค์รุ่นใหญ่ๆที่ยังมีของเล่นสมัยใหม่ให้ลองใช้อีกมากมาย

ทว่าเมื่อมองจากราคาที่ทะลุไปถึง 1.3 แสนบาทแล้ว จึงถือว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างสูงเอาเรื่องเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับความเป็นรถมอเตอร์ไซค์ในคลาส 150cc เส้นเสียแต่ว่าคุณจะเข้าใจถึงออพชันต่างๆที่ให้มาว่ามันมีความคุ้มค่าหรือไม่ ?

โดย Yamaha R15 รุ่นปี 2022 พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แล้วมีรุ่นย่อยให้ลูกค้าชาวไทยได้เลือกซื้อทั้งหมด 3 แบบ 3 ราคา ดังนี้
Yamaha R15 Connected : 115,000 บาท
Yamaha R15M Connected ABS : 135,000 บาท
Yamaha R15M Connected ABS WGP 60th Anniversary : 137,000 บาท

ขอขอบคุณ Yamaha ที่ให้เกียรติทีมงาน Ridebuster ได้เข้าร่วมการทดสอบ All New Yamaha R15 ในครั้งนี้

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments