2022 Mercedes AMG SL ที่สุดในรุ่นกลับมาอีกครั้ง

แบ่งปันเรื่องนี้

เมอร์เซเดส เอเอ็มจี เขย่าวงการรถยนต์อีกครั้ง หลังจากฝากผลงานสปอร์ตไฮบริดที่แรงที่สุดไปแล้ว หนนี้ทางบริษัท แนะนำ เจ้าตำนาน สปอร์ตโรดสเตอร์รุ่นใหญ่ 2022 Mercedes AMG SL ไอคอนแห่งความสปอร์ต ที่สุดของแบรนด์

การแนะนำที่สุดของที่สุด เริ่มต้นด้วยการพัฒนารถใหม่หมด ด้วยโครงสร้างใหม่ Multi Material ใช้วัสดุหลายอย่าง ผสมผสานกันในการทำให้รถมีประสิทธิภาพสูงสุดในการขับขี่ไม่ว่าจะ เหล็ก ,แม็กนีเซียม อลูมิเนียม ซึ่งแน่นอนว่า โครงสร้างนี้จะเป็นพิมพ์เขียวให้กับบรรดา GT รุ่นต่อไป

2022 Mercedes AMG SL
2022 Mercedes AMG SL
2022 Mercedes AMG SL

การพัฒนาโครงสร้างใหม่นี้ ทนการบิดตัวดีขึ้น 18% การบิดแนวขวางดีขึ้น 50% ขณะที่ความแข็งแรงตามแนวยาวดีกว่ามากกว่า 40% ทางทีมวิศวกรยังออกแบบให้รถมีศูนย์ถ่วงต่ำลง ตัวโครงสร้างอย่างเดียวมีน้ำหนัก 270 กก.

ตัวรถรุ่นใหม่ ปรับปรุงขนาดให้ตอบสนองในการใช้งานได้ดีขึ้นมีความยาย 4,705 มม​. ยาวกว่าเดิม 74 มม. ฐานล้อปรับปรุงใหม่ให้มีความยาว 2,700 มม. ลงตัวกับการออกแบบเป็นรถโรดสเตอร์ พร้อมกับกระจังหน้าพิเศษเฉพาะรุ่น

หลังคาผ้าใบถูกเลือกมาแทนหลังคาเหล็กดั้งเดิมช่วยลดน้ำหนักลงไปได้ 21 กก. การพับเก็บ แบบ Z Fold ช่วยประหยัดน้ำหนัก และพื้นที่ในการจัดเก็บ การใช้หลังคาผ้า ยังทำให้น้ำหนักถูกทิ้งลงที่ตัวรถ ช่วยทำให้น้ำหนักมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง การพับเก็บทำได้ระหว่างขับขี่ ที่ความเร็วไม่เกิน 60 ก.ม./ช.ม.​โดยใช้เวลาพับเก็บเพียง 15 วินาทีเท่านั้น

2022 Mercedes AMG SL

ความพิเศษ ของ Mercedes AMG SL ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ รถคันนี้ออกแบบให้มีความปราดเปรียว เพรียวลมสูงสุด ด้วยค่าสัมประสิทธิเสียดทานอากาศ เพียง 0.31 เท่านั้น เป็นตัวเลขที่ค่อนข้าดีทีเดียว สำหรับรถสปอร์ตเปิดหลังคา

การเล่นกับลมเวลาขับขี่ ไม่หมดเพียงเท่านี้ มันยังมาพร้อมกับ ระบบ Air Panel 2 ชิ้นครั้งแรก คอยควบคุมอากาศ ให้เป็นไปตามต้องการ ชิ้นแรกจะซ่อมอยู่ ช่องรับอากาศทางด้านล่าง ปกติ มันจะปิดอยู่

ระบบในรถจะทำการประมวลความสามารถในการระบายความร้อนว่าเพียงพอหรือไม่ ถ้าเพียงพอจะเปิดให้อากาศ ออกไปใต้รถ เพื่อลดอาการหน้าลอยในการหว่างการขับขี่ ชิ้นที่สองก็ทำหน้าที่แบบเดียวกันเพียงแต่ใช้ในความเร็วสูง เมื่อขับด้วยความเร็วมากกว่า 180 ก.ม./ช.ม.ระบบจะทั้งลดอาการหน้าลอยไปพร้อมกับ ระบายความร้อนระบบขับเคลื่อนในตัว

ระบบ สปอร์ยเลอร์หลัง อัตโนมัติ สามารถปรับเปลี่ยนได้มากถึง 5 รูปแบบ

ระบบสปอร์ยเลอร์ปรับได้ เป็นอีกอย่งที่ถูกติดตั้งเข้ามาเพิ่มเติม มันสามารถปรับการทำงานตามที่ซอฟท์แวร์ ประมวลปัจจัยต่างๆ เช่นความเร็ว ,การตอบสนองคันเร่ง , การตอบสนองพวงมาลัย เจ้าสปอยเลอร์นี้สามารถปรับได้ มากถึง 5 โหมด

ลูกค้ายังสามารถเลือกออพชั่น Active Aerodynamic element ชิ้นส่วนนี้จะติดตั้งพร้อมกับบังใต้ท้อง มันจะทำงานร่วมกับโหมดการขับขี่ เพื่อสร้างแรงยึดเกาะกับถนนสูงสุด ลดการเคลื่อนตัวของ ช่วงล่างเวลาใช้ความเร็ว

ทางด้านการขับขี่ยังเป็นหน้าที่ของเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร ภายใต้แนวคิดเดิม One man One Engine ขุมพลังเร้าใจสูงสุดด้วยกำลัง 586 แรงม้า ทำแรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร กว้างมากตั้งแต่ 2,500-4,500 รอบต่อนาที สามารถเร่ง 0-100 ในเวลา 3.6 วินาที ความเร็วปลายสูงสุด 315 ก.ม./ช.ม.​ ในรุ่นท๊อปสุด SL 63 4 Matic +

ทางด้านรุ่นรองลงมา SL 55 4 Matic + เครื่องยนต์ถูกทอนกำลังลงมาเหลือ 476 แรงมา้ ทำแรงบิดสูงสุด เพียง 700 นิวตันเมตร ถึงกำลังจะหายไปเยอะเรื่องการขับขี่ก็ยังเป็นเอก ด้วยอัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. ในเวลา 3.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 295 ก.ม./ช.ม.

ทั้งคู่พกระบบเกียร์ AMG SpeedShift MCT 9 G . ในขณะที่ทาง เอเอ็มจี ยืนยันว่า กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนารุ่นไฮบริดออกมาขายในอนาคตอันใกล้นี้

ทางด้านสมรรถนะการขับขี่ นอกจากเครื่องยนต์แล้ว ยังมีการติดตั้งช่วงล่าง five link ทางด้านหน้า รวมถึง เบรกเซรามิก ระบบช่วงเลี้ยวที่ล้อหลัง ทำงานในช่วงความเร็วต่ำ และล็อคให้อยู่ในตำแหน่งปกติ ในช่วงการขับความเร็วสูง

ในรุ่น 63 มีความลงตัวในการขับขี่เปี่ยมสมรรถนะมากกว่า ด้วย ระบบช่วงล่างถุงลม , ระบบ Active Roll Control ส่วนรุ่น 55 ยังคงเน้นความดิบแบบรถสปอร์ตปกติ

แม้จะเกิดมาเป็นที่สุดของรถสปอร์ต เจ้า SL ก็ยังคงเปี่ยมด้วยความสปอร์ต ผสมผสาานกับความทันสมัย และ ความหรูหรา เริ่มจาก การให้เบาะนั่งชิ้นเดียว ผสานหัวหมอนรองคอเข้าไปในตัวเบาะ และถ้าคุณเลือก AMG Performance Seat เบาะนั่งที่มีความอัจฉริยะในตัวชุดนี้ สามารถเพิ่มความโอบกระชับให้คุรได้ทันทีที่ ปรับเข้าสุ่โหมดการขับขี่อื่นๆ เช่น Sport,Sport+ และ Race เพื่อตอบสนองในการขับขี่

ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะตบแต่งด้วยหนัง Nappa ทูโทน หรือ จะตบแต่งด้วย ผ้า Dinamica Race ที่ไม่เพียงแต่นั่้น ยังเลือกการตัดเย็บได้ระหว่าง สีแดง และสีเหลือง แถมยังมีระบบความร้อนที่ตัวเบาะ และฟังชั่นนวด 3 รูปแบบ

ตรงหน้าคนขับมาพร้อมชุดจอขนาด 12.3 นิ้ว ให้การบอกค่าระหว่างการขับขี่ที่มีความชัดเจน ส่วนคอนโซลหน้า ออกแบบให้มีความน่าสนใจด้วย จอวางตั้งขนาด 11.9 นิ้ว และยังสามารถจัดการปรับจอได้ ตั้งแต่ 12-32 องศา เพื่อลดการสะท้อนเวลาขับขี่

แต่ที่แปลกใจ เป็นเบาะนั่งหลัง ที่แม้ว่ารถคันนี้จะพุดว่า ตัวเองเป็นสปอร์ตแบบ 2+2 ก็พร้อมต้อนรับผู้โดยสารที่สูงเพียง 1.5 เมตร เท่านั้น ซึ่งถ้าเพื่อคุณไม่เป็นสเมิร์ฟ หรือ เด็กเล็ก ก็คงนั่งไปด้วยกันลำบาก

ตามการเปิดเผยของ AMG เบาะนั่งหลัง รองรับผู้โดยสารที่ตัวเล็กสูงเพียง 150 ซ.ม เท่านั้น

ลูกค้ายังสามารถเลือกออพชั่นอย่าง AMG Track PACE ทางเอเอ็มจี จะใส่โปรแกรมเพิ่มเข้ามาในระบบ MBUX ทำการเก็บข้อมูลในระหว่างการขับขี่ได้ถึง 80 ค่า และยังสามารถเชื่อมต่อไปออนไลน์ไปยังอุปกรณ์ที่ต้องการ

รวมถึงยังมีระบบ Race Navigation ใช้ Head Up Display ในการบอกไลน์ จุดเลี้ยว, จุดเบรก เพื่อให้คุรขับรถคันนี้ดั่งเซียน ได้อย่างง่ายดายมากขึ้น

2022 Mercedes AMG SL แววว่าจะมาขายไทย ก็ยังพอมี หลังจากการแนะนำรถรหัส GT ในตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราเชื่อว่า ทางเมอร์เซเดส ประเทศไทย คงจะไม่พลาดที่นำรถรุ่นนี้มาลูกค้าได้จับจอง กันอย่างแน่นอน ในอนาคตอันใกล้นี้

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments