Audi RS 3 ราคา 5,399,000 บาท ฮอทแฮชท์ตัวจี๊ด 400 แรงม้า พร้อมขายแล้วในไทย

แบ่งปันเรื่องนี้

Audi RS 3 Sportback ฮอทแฮชท์น้องเล็กรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่าย 4 ห่วง ถูกเผยโฉมอย่างเป็นทางการในไทยแล้ววันนี้ พร้อมเคาะราคาวางจำหน่ายสุดร้อนแรงที่ 5,399,000 บาท

Audi RS 3 Sportback ราคา 5,399,000 บาท มาพร้อมกับจุดเด่นคือการที่มันถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานเดียวกันกับ A3-Series และ S3-Series แต่ได้รับการอัพเกรดชุดใหญ่ เพื่อให้มันมีทั้งหน้าตา และสมรรถนะที่ดุดันมากยิ่งขึ้น เริ่มจากภาพลักษณ์ภายนอก ที่มาพร้อมกับทั้ง กระจังหน้าแบบ Single-Frame สีดำขนาดใหญ่ อันเป็นเอกลักษณ์, ไฟหน้าแบบ Matrix-LED พร้อมกราฟฟิกลายธงตราหมากรุก ที่หาไม่ได้ในรถรุ่นอื่นหากไม่ใช่ตระกูล RS, กันชนหน้า และแก้มข้างพร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่หลังซุ้มล้อหน้า ที่ดูบึกบึน เป็นเหลี่ยมเป็นสัน และมีสัดส่วนที่ชัดเจนมากยิ่งกว่าเดิม

ด้านท้ายรถมีการเปลี่ยนกันชนหลังใหม่ให้ดูดุดันยิ่งขึ้นเช่นกัน ด้วยการขยายช่องระบายอากาศ(ปลอม)ลายรังผึ้งสีดำให้ใหญ่ขึ้น เช่นเดียวกับปลายท่อไอเสียที่ถูกเปลี่ยนจากแบบ ออก 4 แบ่งเป็น (ฝั่งละ 2 ด้านซ้ายกับด้านขวา) คราวนี้ เปลี่ยนเป็นแบบออกท่อคู่ ซ้าย-ขวา แต่ขนาดใหญ่กว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับชุดล้อที่ยังคงเป็นขนาด 19 นิ้ว แต่ถูกเปลี่ยนลวดลายใหม่ พร้อมทำสีดำ และรัดด้วยยางกึ่งสลิค Pirelli P Zero Trofeo R

งานตกแต่งภายในยังคงคอนเซ็ปท์ความเป็น RS เอาไว้อย่างเต็มขั้น ด้วยโทนสีวัสดุภายในแบบ ดำ-แดง, พวงมาลัยหุ้มหนังอัลคันทาร่า, เบาะนั่งพร้อมออพชันหุ้มหนังแนปป้า, เปลี่ยรกราฟฟิกการแสดงผลของหน้าจอมาตรวัดขนาด 12.3 นิ้วใหม่ พร้อมเพิ่มฟังก์ชันการแสดงค่าแรงเหวี่ยง, เวลาการเรียกอัตราเร่ง, และไฟบอกจังหวะการตบเกียร์ ชุดหน้าจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 10.1 นิ้ว เพิ่มฟังก์ชันการแสงผลสถานะเครื่องยนต์ เช่น อุณหภูมิน้ำหล่อเย็น, อุณหภูมิน้ำมันเครื่อง, และอุณหภูมิน้ำมันเกียร์ เป็นต้น

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของ RS3 แน่นอนว่าย่อมไปอยู่ที่ขุมกำลังของมัน ซึ่งในคราวนี้ ได้ถูกอัพเกรดเป็นเครื่องยนต์เบนซิน TFSI 5 สูบเรียง พ่วงเทอร์โบชาร์จ ขนาด 2.5 ลิตร กำลังสูงสุด 400 แรงม้า PS ที่ 5,600 – 7,000 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 2,250-5,600 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์ 7 สปีด ซึ่งทำงานร่วมกับระบบตัดต่อกำลังคลัทช์คู่ S-Tronic และด้วยน้ำหนักตัวเพียง 1,540 กิโลกรัม จึงทำให้มันพร้อมเคลมอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 3.8 วินาที พร้อมทำความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง (อิเลคทรอนิกส์ล็อค)

แน่นอน ในเมื่อเครื่องยนต์แรงขึ้น มันก็ต้องมาพร้อมกับลูกเล่นใหม่ ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถสนุกสนานไปกับการขับขี่มากยิ่นขึ้น ด้วยระบบ RS Torque Splitter ที่จะช่วยจัดการแรงบิดให้ถ่ายไปสู่ชุดล้อคู่หลังได้อย่างสมดุล และมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าระบบเฟืองท้ายทั่วๆไป และยังเอื้อให้ผู้ขับสามารถทำอาการรถท้ายกวาดได้ง่ายดายยิ่งขึ้นใน RS Torque Rear หรือก็คือ Drift Mode ได้อีกด้วย เช่นเดียวกับโหมดการขับขี่เสริม “RS Performance” ที่เพิ่มเข้ามา

นอกจากลูกเล่นเพื่อความสนุก ระบบช่วงล่างเอง ก็ได้รับการอัพเกรดขนาดใหญ่ ด้วยชุดช่วงล่าง RS Sport Suspension ซึ่งแตกต่างจาก A3 และ S3 ตรงที่ สปริงมีความแข็งมากขึ้น, ตัวโช้กปรับค่ารีบาวน์ใหม่ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ จะสามารถแปรผันค่าได้ ตาม Driving Mode ที่ผู้ใช้ตั้งเอาไว้ (หรือก็คือโช้กปรับไฟฟ้านั้นเอง) ยางลูกหมากแข็งขึ้น, โหลดความสูงรถให้เตี้ยลงอีก 10 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับ S3 หรือเตี้ยลง 25 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับ A3

พร้อมกันนี้ยังปรับมุมแคมเบอร์ล้อคู่หน้าให้เอียงมากกว่าเดิมอีก 1 องศา เช่นเดียวกับชุดล้อคู่หลังที่เอียงมากขึ้นอีก 0.5 องศา เพื่อความยึดเกาะในยามเข้าโค้ง และสุดท้ายคือจานเบรกหน้าที่ถูกขยายขนาดขึ้นเป็น 375 มิลลิเมตร กับจานเบรกหลังขนาด 310 มิลลิเมตร ซึ่งหากเท่านี้ยังไม่พอ ลูกค้าสามารถเลือกออพชันจานเบรกขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่านี้ได้อีก หรือจะเลือกใช้จานเบรกเซรามิคก็ยังได้ โดยที่ตัวคาลิปเปอร์เบรก 6 พอร์ทด้านหน้า ก็ถูกอัพเกรดใหม่ในเรื่องการระบายความร้อนที่ดีกว่าเดิม เมื่อเทียบกับ RS3 รุ่นก่อนหน้าอีกด้วย

ทั้งนี้ Audi RS3 มีเฉดสีให้ลูกค้าได้เลือกทั้งหมด 6 แบบด้วยกัน ได้แก่ Glacier White, Mythos black, Python Yellow, Tango Red, Kyalami Green, และ Kemora Grey และลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลตัวรถที่ศูนย์บริการและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Audi ทั่วประเทศได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments