Toyota Hilux Revo Rocco ลองสั้นๆ แรง นุ่มขึ้น จนลืมรุ่นเดิม

เป็นเวลากว่า 5 ปีแล้วที่ Toyota Hilux Revo รถกระบะเจเนอเรชั่นที่ 8 ได้โลดแล่นในตลาดรถกระบะในบ้านเราและสร้างยอดขายให้กับ Toyota ครองบัลลังค์ยอดขายอันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง แต่ต้องยอมรับว่าการแข่งขันของตาดรถกระบะมีความรุนแรงสูง ทำให้ทุกค่ายงัดกลยุทธ์ และเฉลี่ยอุปกรณ์ให้มีความคุ้มค่ามากขึ้น แน่นอนว่าหาก Toyota อยู่เฉย ๆ ก็อาจต้องเสียตำแหน่งไปได้


Toyota เลยจับ Hilux Revo มาแต่งหน้าทาปาก พร้อมอัพเกรดขุมพลังใหม่ให้มีประสิทธิภาพทัดเทียมกับคู่แข่งมากขึ้น แล้วในวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา Toyota ได้เปิดตัว Hilux Revo ใหม่ ผ่านรูปแบบออนไลน์ ด้วยสถานการณ์ที่ยังไม่สามารถจัดงานเปิดตัวได้ อันจะขัดต่อมาตราการณ์ควบคุมการแพร่เชื้อ COVID-19 ได้ แต่กระนั้นกระแสในโลกออนไลน์ค่อนข้างมาแรงและเป็นที่พูดถึงเกี่ยวกับการปรับโฉมของรถกระบะคันนี้ ในเมื่อเปลี่ยนแปลงมากขนาดนี้ Toyota ไม่รอช้าจึงได้เชิญสื่อมวลชนสายยานยนต์มาร่วมทดสอบสมรรถนะแบบเรียกน้ำย่อยกันที่สนามทดสอบโตโยต้า Toyota Driving Experince Park ที่บางนา กม. 4

ภายนอกของ New Toyota Hilux Revo Rocco ได้รับออกแบบใหม่ให้แตกต่างจากรุ่นปกติมากขึ้น ไล่ตั้งแต่กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ที่ใหญ่ขึ้น ได้รับอิทธิพลมาจาก Toyota Tundra กระบะ Full Size ที่จำหน่ายอยู่ในสหรัฐอเมริกา เชื่อมกับช่องดักลมที่กันชนหน้าเป็นชิ้นเดียวยาว ไฟหน้าที่เปลี่ยนรายละเอียดโคม พร้อมใช้ลำแสงแบบ Bi-Beam LED ทั้งชุด ไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่เชื่อมกับโป่งล้อสีดำเทา ล้ออัลลอยเพิ่มขนาดเป็น 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/65R18 แบบ All-Terrain ลายออฟโรดสีดำ พร้อมสัญลักษณ์ที่แก้มยางสีขาว ด้านท้ายมีการเปลี่ยนรายละเอียดโคมไฟท้ายใหม่ เปลี่ยนมาใช้แบบ LED พร้อมเส้นแบบ Light Guiding นอกจากนี้ยังได้ออกแบบสปอร์ตทรงใหม่ให้เข้ากับตัวรถมากขึ้น อีกทั้งยังติดตั้งไฟส่องสว่างด้านท้าย 3 จุด และฝากระบะท้ายตกแต่งพิเศษ พร้อมระบบผ่อนแรงที่สงวนไว้ให้รุ่น Rocco เท่านั้น (หากอยากติดตั้งคุณต้องจ่ายอีก 1,500 บาท ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ)

ขณะที่ภายในห้องโดยสารของ New Toyota Hilux Revo Rocco ได้รับการตกแต่งด้วยโทนสีดำพร้อมแถบสีเงินแบบ Hairline พร้อม Ambient Light ที่แผงคอนโซลและแผงข้างประตูตกแต่ง เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์ ด้านคนขับปรับตำแหน่งแบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง เท่าที่ลองนั่งคร่าว ๆ พบว่าให้ความรู็สึกนุ่ม นั่งสบายไม่ต่างจากรุ่นเดิม โดยเฉพาะช่วงซัพพอร์ตแผ่นที่ทำได้ดี ไม่ดันหลังจนปวดเอว ส่วนมาตรวัดได้เปลี่ยนเป็นแบบเรืองแสง พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสี ขนาด 4.2 นิ้ว ที่ได้รับการตกแต่งพิเศษ ชุดเครื่องเสียงเป็นจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนอย่าง Apple Car Play และระบบ T-Connect Telemetics ที่สามารถเช็คสถานะและติดตามรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนทั้งระบบ iOS และ Android ส่วนเบาะหลังยังคงพับได้แบบ 60:40 และมีช่องชาร์จไฟแบบ USB  2.1 แอมป์ 2 ช่อง ส่วนใครที่ต้องทำงานนอกบ้าน หรือปั่นงานบทความ (แบบผม) แล้วต้องชาร์จโน็ตบุ๊ก ก็มีช่องชาร์จไฟ AC 220 โวลต์ ติดตั้งอยู่ในกล่องเก็บของกลางคอนโซล

เปิดฝากระโปรงหน้าแล้วจะพบเครื่องยนต์ดีเซลรหัส GD ที่คราวนี้ Toyota ได้ปรับปรุงทั้ง 2 ขนาดคือ 2.8 และ 2.4 ลิตร ให้มีสมรรถนะที่แรงขึ้น แต่ประหยัดน้ำมันกว่าเดิม โดยเฉพาะขนาด 2.8 ลิตร รหัส 1GD-FTV ที่ได้รับการปรับปรุงขนานใหญ่ ตั้งแต่ขนาดเทอร์โบแปรผันที่ใหญ่ขึ้นทั้ง ทั้งใบหน้าและใบหลังใหม่ รวมถึงแกนเทอร์โบเปลี่ยนเป็นระบบ Ball Bearing ตลอดจน ตัวคลีบอากาศในโข่งหลังพัฒนาใหม่ให้ทนต่อความร้อนมากขึ้น และตัวเทอร์โบยังระบายความร้อนด้วยน้ำเพิ่มจากการระบายความร้อนด้วยน้ำมันเครื่องเพียงอย่างเดียว รวมไปถึงชุดหัวฉีดที่เปลี่ยนมาใช้แบบ i-ART ที่สามารถเฉลี่ยการฉีดน้ำมันในแต่ละกระบอกสูบให้เหมาะสม อันเป็นเทคโนโลยีเดียวกับรถยนต์พรีเมียมจากแดนสวีเดน ทำให้พละกำลังถูกเพิ่มขึ้นเป็น 204 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมด+- และ 420 นิวตันเมตร ที่ 1,400 – 3,400 รอบต่อนาที ในรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ พร้อมระบบ iMT

นอกจากจะปรับปรุงเครื่องยนต์แล้ว พวงมาลัยยังได้เพิ่มระบบแปรผันการไหลเวียนของน้ำมันในระบบ VFC ช่วยให้มีน้ำหนักเบาขณะควบคุมพวงมาลัยในความเร็วต่ำ และหน่วงหนักแน่นในความเร็วสูง แม้ลักษณะการทำงานจะคล้ายกับพวงมาลัยไฟฟ้า แต่ชุดพวงมาลัยของ New Toyota Hilux Revo ยังคงเป็นแร็คแอนด์พีเนียน แบบไฮดรอลิก เหมือนรุ่นเดิม ส่วนช่วงล่างด้านหน้ายังคงเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง และด้านหลังเป็นแบบแหนบซ้อน คราวนี้ Toyota ได้ปรับเปลี่ยนวัสดุและค่าโช็ค-สปริงของตัวยกสูงใหม่ ให้เก็บแรงสะเทือนได้ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม โดยเฉพาะด้านหลังที่ได้ลดจำนวนแผ่นแหนบจาก 5 แผ่น เหลือ 3 แผ่น พร้อมเปลี่ยนวัสดุเป็นเหล็กแบบ High-Tensile เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นแต่ยังคงรองรับงานบรรทุกได้ นอกจากนี้ยังได้เปลี่ยน Bush จุดยึดแผ่นแหนบใหม่และปรับค่าซับแรงสะเทือนของโช็คอัพด้านหลังให้นุ่มนวลขึ้น

ทดลองขับ
สำหรับการทดลองขับ ทาง Toyota ได้จัดไลน์สนามให้สื่อมวลชนได้สัมผัสสมรรถนะของ New Toyota Hilux Revo Rocco ทุกรูปแบบ โดยแบ่งเป็น 2 สถานีหลัก คือ ออนโรด และ ออฟโรด โดยใช้รุ่น Double 2.8 เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ เป็นรถในการทดสอบ สำหรับแบบออนโรดจะมีทั้ง 7 สถานี ตั้งแต่ทดลองการใช้พวงมาลัยในความเร็วต่ำ ทดลองระบบเตือนออกนอกเลน พร้อมดึงพวงมาลัยกลับอัตโนมัติ อัตราเร่ง การทรงตัว การควบคุมในความเร็วสูง และ การซับแรงสะเทือน

จากการได้ลองในรูปแบบ On Road ทั้ง 7 สถานีพบว่า การเปลี่ยนชิ้นส่วนและเพิ่มพละกำลังของเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร ทำได้ดีขึ้น แม้ในช่วงออกตัวจะมีความอืดขึ้นกว่ารุ่น 2.8 เจนแรกเล็กน้อย แต่ในเรื่องการตอบสนองคันเร่งทำได้ดีขึ้น แต่เนื่องจากเส้นทางในการทดสอบค่อนข้างสั้น ดังนั้นหากจะดูกำลังเครื่องยนต์ในช่วงความเร็วที่สูงกว่านี้ อาจต้องรอวันที่ Ridebuster ยืมมาใช้ชีวิตอีกที แต่โดยรวมทันใจขึ้นกว่าเดิม ส่วนเบรกเท่าที่ลองเหยียบพบว่ามีความนุ่มนวลขึ้นแต่ทำงานเร็วขึ้นกว่ารุ่นเดิม จุดนี้วิศวกรได้แจงข้อมูลว่าได้ปรับเซนเซอร์กการทำงานให้มีความฉับไวขึ้น ส่วนพวงมาลัยในย่านความเร็วต่ำขณะที่เลี้ยวหลบกรวย รู้สึกว่าน้ำหนักเบาลงขณะหมุนพวงมาลัย อันมาจากการถ่ายเทและปรับน้ำมันในระบบให้สอดคล้องกับการทำงานของพวงมาลัย พอในความเร็วสูงทำได้นิ่งขึ้น แต่หนืดกำลังดี การตอบสนองวงเลี้ยวยังคงทำได้แม่นยำเหมือนเดิม

หากเทียบรถกระบะที่ใช้พวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พีเนียน ไฮดรอลิก ในเบื้องต้นพบว่าเหนือกว่า Isuzu D-max ในเรื่องการตอบสนองวงเลี้ยว ส่วนน้ำหนักส่วนตัวมองว่าสูสีและดีในคนละด้าน ขณะที่ช่วงล่างของ New Hilux Revo Rocco จากที่ลองขับรู้สึกได้ว่าอาการดีด เด้ง ที่เคยเจอโดยเฉพาะด้านหลัง ลดน้อยลงอย่างมาก แม้จะยังมีอาการแบบรถกระบะอยู่ แต่น้อยลงกว่ารุ่นเดิมชัดเจน การซับแรงสะเทือนทำได้นุ่มนวล เมื่อเจอคอสะพานจังหวะยุบของโช็คอัพมีการยุบและคืนตัวที่ดีขึ้น ส่วนการทรงตัวในย่านความเร็ว 60 กม./ชม. พบว่าตัวรถมีอาการนุ่ม แต่ท้ายนิ่งขึ้น เพิ่มความมั่นใจในการเล่นโค้งมากกว่ารุ่นเดิม หากเทียบกับ Ford Ranger Wildtrak อาจยังสู้ในเรื่องการเล่นโค้งในความเร็วสูงได้ แต่ในแง่การซับแรงสะเทือนถือว่า New Hilux Revo Rocco สูสีพอสมควร

ส่วนสถานี Off Road หลัก ๆ จะมี 2 สถานี คือ ภูเขาจำลองสูง 5 เมตร ความชัน 43 องศา และสถานีเนินสลับที่ให้เห็นถึงประสิทธิภาพระบบ A-TRC จากที่ลองไต่ขึ้นภูเขาจำลอง พบว่าการใช้คันเร่งทำได้ลื่นไหลขึ้นกว่าเดิม การทำงานของเซนเซอร์ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC ทำงานได้ไวขึ้น ส่วนช่วงลงภูเขาจำลองระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน DAC ทำได้อย่างรวดเร็วและนุ่มนวลขึ้นกว่าเดิม และสถานีสุดท้ายเนินสลับทางครูฝึกแนะนำให้ขับแบบ Walking Speed ค่อย ๆ พารถไต่ขึ้นเนินสลับ  โดยที่เท้าเรามีหน้าที่ประคองเบรก จะเห็นได้ว่าการลดรอบเครื่องยนต์ลงมาอยู่ที่ 680 รอบต่อนาที สามารถควบคุมรถได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งเมื่อล้อใดล้อนึงไม่แตะพื้นและอาจเกิดอาการฟรี ระบบ A-TRC จะเข้าไปควบคุมเพื่อเกิดความสมดุลในการขับเคลื่อน ทำให้การขับออฟโรดสถานีจำลองเป็นเรื่องง่ายดาย แต่คงยังสรุปตอนนี้ไม่ได้ คงต้องส่งไม้ต่อให้แอดมินบอน พา New Hilux Revo Rocco ไปลุยแบบโหด ๆ เพื่อให้เห็นสมรรถนะออฟโรดถึงขีดสุด

สรุปเบื้องต้น สำหรับ New Toyota Hilux Revo Rocco นับว่า Toyota ได้ฟังเสียงลูกค้าเพื่อนำไปพัฒนารถมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือการขับขี่โดยรวมที่ให้มั่นใจและสบายขึ้นกว่ารุ่นเดิมมาก ช่วงล่างที่มีความลงตัวทั้งในด้านการซับแรงสะเทือนและการทรงตัวที่มั่นใจมากขึ้นกว่ารุ่นเดิม ขณะที่อัตราเร่งของเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร GD เจน 2 ที่แม้ว่าอืดขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ถ้าหากใช้ในช่วงเร่งแซงคงสนุกเท้าพอสมควรแน่นอน ทั้งนี้เป็นการทดลองขับในสนามที่ได้จัดสถานีจำลองเท่านั้น คงต้องรอวันที่ Toyota ได้ปล่อยรถให้สื่อมวลชนได้ยืมทดสอบ วันนั้นเราอาจได้เห็นบุคลิกของ New Hilux Revo Rocco ที่มากกว่าในสนามก็เป็นได้ แต่ถ้าคุณอ่านจนถึงบรรทัดแล้วยังรู้สึกไม่เชื่อ แนะนำว่าคุณอาจต้องไปลองขับที่โชว์รูมด้วยตัวคุณเอง จะบอกได้ว่ารถมันดีขึ้นจริง

ขอขอบคุณ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ที่เชิญร่วมทดสอบรถกระบะ New Toyota Hilux Revo มา ณ  โอกาส

Comments

comments