10 เทคโนโลยียุคใหม่ที่ ทำให้รถคุณประหยัดน้ำมันมากขึ้น

Facebook
Google+0
https://www.ridebuster.com/10-tech-save-fuel">
Twitter20
Instagram
ความน่าสนใจ

ทุกวันนี้ “น้ำมัน”
พลังงานหลักที่เราใช้ในรถยนต์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีราคาแพงขึ้น
พวกเราหลายคนต้องการขับรถที่มีความประหยัดกว่าเดิม
และทุกวันนี้บริษัทรถยนต์ชั้นนำทั้งกลายพยาสยามสรรหากรรมวิธีในการทำให้รถยนต์ที่เราใช้มีความประหยัดมากขึ้น
ซึ่งเราอยากจะเก็บมาเล่าให้ฟัง เพราะคุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

1.ลดขนาดเครื่องยนต์ เชื่อว่าหลายคนคงจะสัมผัสได้ว่ารถยนต์ที่เราใช้ในวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเครื่องยนต์ ด้วยการรถขนาดเครื่องยนต์ที่เราใช้เดิมให้มีความเหมาะสมมากขึ้น การลดขนาดกระบอกสูบ ช่วยทำให้เครื่องยนต์มีความประหยัดมากขึ้น เนื่องจากเมื่อขนาดกระบอกสูบเล็กลง การทำใช้นั้นในขั้นตอนการจุดระเบิดก็ต้องการน้อยลงตามไปด้วย

2.ใส่ระบบอัดอากาศ เมื่อลดขนาดเครื่องยนต์เล็กลง ปัญหาที่ตามมาคือส่วนใหญ่แล้วเครื่องยนต์จะมีกำลังน้อยลงตามไปด้วย วิธีการสำคัญ คือต้องทำอย่างไรก็ได้ให้เครื่องยนต์มีกำลังมากขึ้น ด้วยเหตุนี้เครื่องยนต์รุ่นใหม่ๆ ส่วนใหญ่ จึงมาพร้อมระบบเทอร์โบชาร์จช่วยในการเพิ่มกำลังให้ตอบสนองในการขับขี่ดีขึ้น

3.กำลังอัดสูง ปัจจุบันบางบริษัทได้พัฒนาเครื่องยนต์รูปแบบใหม่เพื่อการตอบสนองที่ดีกว่า ถ้า เครื่องยนต์รุ่นนั้น ๆ ไม่ติดตั้งเทอร์โบและมีขนาดเล็ก ส่วนใหญ่พวกมันจะมีกำลังอัดสูงในขั้นตอนการจุดระเบิด เครื่องยนต์กำลังอัดสูงเป็นเทคโนโลยีหนึ่งมาจากสนามแข่งรถยนต์ที่มุ่งเน้นการทำให้เครื่องยนต์ปกติมีกำลังแรงบิดสูงขึ้น ด้วยการเพิ่มความรุ่นแรงในการจุดระเบิดของเครื่องยนต์มากขึ้น ยิ่งมีการจุดระเบิดที่รุนแรง ก็ยิ่งทำให้ความเร็วลูกสูบมากขึ้น ทำให้แม้จะเป็นเครื่องยนต์ขนาดเท่ากัน ก็มีกำลังแรงบิดสูงขึ้น ทำให้ขับขี่ดีขึ้นตามไปด้วย

test-drive-mazda3 (3)

4.ฉีดน้ำมันตรง  ระบบจ่ายน้ำมันแบบฉีดตรงหรือ  Direct injection  อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการรถยนต์ แต่ระยะหลังเราเห็นมันถูกนำมามาใช้กับเครื่องยนต์เบนซินมากขึ้นในปัจจุบัน ระบบจ่ายน้ำมันตรงมีใจความสำคัญต่อขั้นตอนการจุดระเบิด เนื่องจากไม่ได้ใช้วิธีการฉีดละอองน้ำมันรวมกับอากาศ ทำให้น้ำมันจะเข้าไปสร้างประสิทธิภาพในการจุดระเบิดดีกว่า และสามารถกำลังการจุดระเบิดมากกว่า

5.ระบบวาล์วแปรผัน วาล์วแปรผัน เราเห็นมาตั้งแต่ช่วงยุค 90 แต่มันถูกติดตั้งในรถยนต์ทุกรุ่นจนเป็นมาตรฐานไปแล้วในยุค 2000 ที่ผ่านมานี่เอง ระบบวาล์วแปรผันเกิดขึ้นจากความคิดของวิศวกรที่ต้องการนำอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้มากขึ้น เมื่อผู้ขับขี่ต้องการให้รถตอบสนองดีขึ้น เช่นเร่งเครื่องรอบสูง นอกจากนี้ อากาศที่มากขึ้นยังทำการจุดระเบิดรุนแรงขึ้น ทำให้เครื่องยนต์ตอบสนองดีขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้เกี่ยวเนื่องทางด้านความประหยัดจากเครื่องยนต์โดยตรง แต่เมื่อเครื่องตอบสนองดี ผู้ขับขี่ก็จะเค้นเครื่องน้อยลงด้วยฃ

6.ระบบเกียร์  CVT   ชุดเกียร์   CVT   เริ่มกลายมาเป็นมาตรฐานใหม่ในโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดเล็ก พวกมันมาแทนที่ระบบเกียร์ดั้งเดิม ซึ่งมีแรงเสียดทานในการขับขี่หรือเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ ระบบเกียร์แบบนี้ทำงานด้วยสายพาน ปรับอัตราทดโดยอาศัยการวางจำแหน่งของลูกรอกในเกียร์ ทำให้สามารถเปลี่ยนตำแหน่งได้อย่างต่อเนื่อง ตามสภาวะที่เหมาะสม แถมการใช้สายพานทำไม่มีแรงเสียดทานจากการเสียดสีของชุดเฟืองในเกียร์ ช่วยให้กำลังจากเครื่องยนต์ถ่ายทอดเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่สูญเสียกำลังในการถ่ายทอดกำลัง

Nissan-note-review-ridebuster (6)

7.ระบบหยุดการทำงานบางสูบ หรือ  Cylinder Deactivation  เป็นระบบที่มีการพัฒนาขึ้นมาสำหรับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ที่มีจำนวนสุบมากกว่า 4 สูบ ทำให้ในภาวการณ์ใช้ความเร็วต่ำ อาจก่อให้เกิดการสูญเสียน้ำมันโดยไม่จำเป็น ทางวิศวกรจึงคิดระบบที่สามารถหยุดการจ่ายน้ำมันไปเผาไหม้ในบางสูบ แล้วให้สูบที่เหลือยังทำงานตามปกติ

การทำเช่นนี้ทำให้เครื่องยนต์อาจจะมีกำลังน้อยลงในบางช่วงจังหวะ
หากก็ประหยัดน้ำมันมากขึ้น และเมื่อผู้ขับขี่ต้องการกำลังเครื่องยนต์ ก็จะกลับมาตอบสนองการทำงาน
100%  

8.ระบบหยุดการทำงานเครื่องยนต์ชั่วคราว จะเสียน้ำมันทำไม เมื่อคุณจอดรถหยุดนิ่ง ระบบ   Idling Stop   เกิดขึ้นมาเพื่อดับเครื่องยนต์เมื่อคุณจอดตายหยุดนิ่งอยู่กับที่ ระบบจะดับเครื่องยนต์เอง เพื่อลดการใช้งานเครื่องยนต์ในรอบเดินเบา โดยไม่จำเป็น และจะติดกลับมาเมื่อคุณต้องการเช่นเหยียบคันเร่ง

9.พวงมาลัยไฟฟ้า ระบบพวงมาลัยไฟฟ้ามักจะถูกนึกถึงในเชิงความสะดวกสบายในการใช้งาน พวกมันเบามือกว่าเมื่อขับขี่ และสามารถแปรผันได้ตามความเร็วที่เราใช้ แต่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของระบบพวงมาลัยไฟฟ้าข้อหนึ่ง คือการประหยัดน้ำมันด้วย

ในอดีตระบบพวงมาลัยผ่อนแรงหรือ   Hydrolic Power Steering   อาศัยการหมุนเวียนน้ำมันเพื่อสร้างการผ่อนแรง
การทำเช่นนั้นทำให้ต้องติดตั้งปั้มพาวเวอร์ไว้ที่เครื่องยนต์ ซึ่งพวกมันกินแรงเครื่องยนต์ในทางหนึ่ง
แม้จะไม่มากแต่ก็เสียกำลังรักษาแรงดันน้ำมันที่ใช้ในการควบคุมพวงมาลัยโดยไม่จำเป็น

ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าจะทำงานเมื่อผู้ขับขี่เกิดการบังคับพวงมาลัยรถ มีการเปลี่ยนทิศทางพวงมาลัย และที่สำคัญระบบนี้อาศัยไฟฟ้าในการทำงาน ซึ่งในรถยนต์มีมากมายเหลือล้น แต่ก็มีปัญหาสำคัญตามมาคือคนส่วนใหญ่ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขารู้สึกว่า มันดูหลอกๆ และไม่เหมือนบังคับรถบนถนน แต่ก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนปัจจุบัน หลายคนอาจจะชอบพวงมาลัยไฟฟ้ามากกว่าด้วยซ้ำไป

10.Real Time AWD  ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมีหลายแบบ แต่พวกมันส่วนใหญ่มาพร้อมการกินน้ำมันมากกว่าปกติ เมื่อเทียบกับระบบขับเคลื่อนสองล้อ ทำให้วิศวกรคิดว่าทำไมไม่สร้างระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ทำงานในเวลาที่เราต้องการมันจริงๆ
ระบบ   Real Time AWD   เป็นระบบที่จะทำงานในระยะเวลาที่เราจำเป็นต้องใช้การขับเคลื่อนสี่ล้อเข้าช่วย ระบบจะตรวจสอบการลื่นไถลที่เกิดขึ้น เพื่อดูว่าจำเป็นต้องถ่ายกำลังไปทางด้านหลังหรือไม่ หากจำเป็น แรงบิดจะถูกจ่ายไปด้านหลัง ซึ่งในความจริงคือระบบแบบนี้ใช้งานได้ดีในรูปแบบถนนที่จำเป็นเช่น การขับในทางลูกรังหรือหิมะ แต่มันไม่ได้เหมาะสำหรับการไปขับลุยในป่าเขา อย่างที่เข้าใจกัน

ติดตามข่าวสารและบทความดีๆ จากพวกเรา Ridebuster.com




ติดตามและกดเป็นส่วนหนึ่งกับเราได้ที่
20

Comments

comments