10 เหตุผล ทำไม รถยนต์ไฟฟ้า จึงดีกว่ารถยนต์ในปัจจุบัน

ในช่วงปีทีผ่านมา รถยนต์ไฟฟ้า เป็นที่พูดถึงในวงการรถยนต์อย่างมาก ด้วยราคาที่เริ่มมาอยู่ในช่วงที่จับต้องได้มากขึ้น พอจะเป็นเจ้าของได้ รวมถึงการตื่นตัวจากกระแสต่างประเทศ ผสมเข้ามา ทำให้วันนี้คนไทยจำนวมาก เริม่สนใจและกำลังมองเทคโนโลยีใหม่ตัวนี้

ที่ผ่านมา รถยนต์ไฟฟ้าถูกพูดถึงในหลายแง่มุม ทั้งความจอมปลอม เรื่องการปล่อยไอเสีย ความไม่สะดวกในการใช้งาน ทว่าในบรรดาข้อที่ถูกติติงเหล่านั้น วันนี้เราจะพาคุณย้อมองมุมกลับว่า ทำไมรถยนต์ไฟฟ้าจึงดีกว่ารถยนต์ที่เราใช้ในปัจจุบัน ที่เราคุ้นเคยกันตลอดเวลา

 

ค่าดูแลรักษาถูกกว่า

รถยนต์ไฟฟ้า แม้จะมีราคาแพง แต่เมื่อใช้งานมันมีราคาดูแลรักษาถูกกว่ามาก เนื่องจากพวกของเหลวที่ต้องใช้การลดแรงเสียดทานของเครื่องยนต์และชุดเกียร์มีน้อยลง ค่าใช้จ่ายในการดูแลรถจึงเหลือไม่มากนักในระหว่าการใช้งานในแต่ละปี

บรรดาของเหลวที่จำเป็นในรถยนต์ไฟฟ้า จากที่มีข้อมูลเปิดเผยออกมาจะเหลือเพียง น้ำยาระบายความร้อน และน้ำมันหล่อลื่นเฟืองขับ หรือ ที่เรียกว่า น้ำมันเฟืองท้ายเท่านั้น

ระยะเวาในการเปลี่ยนถ่าย คูลแลนท์อยู่ที่ 50,000 ก.ม.​ เช่นเดียวกับน้ำมันเฟืองท้าย ทำให้ค่าใช้จ่ายดูแลรถบางส่วนลดลงจากเดิม

ค่าเดินทางลดลง

รถยนต์ไฟฟ้า อาศัยไฟฟ้าจากไฟบ้าน ชาร์จเข้าแบตเตอร์รี่แล้วขับขี่ใช้งาน ปัจจุบันค่าไฟตกหน่วยละ  4  บาท ซึ่งรถแต่ละคันชาร์จไฟทีกินไฟเท่าไร ก็ให้เอา 4 บาท คูณกับขนาดแบตเตอร์ร่ที่เป็นหน่วยกิโลวัตต์

ในกรณีนี้ขอยกตัวอย่าง  Nissan LEAF ให้แบตเตอร์รี่ขนาด  40   กิโลวัตต์ ชาร์จ  1  ครั้ง จะกินไฟฟ้า  40X4=160   บาทเท่านั้น สามารถเดินทางได้ 311 กิโลเมตร ตามรายละเอียดที่เปิดเผยจากนิสสนั

หากลองประเมินค่าใช้จ่าย ในการเดินทางต่อกิโลเมตร เท่ากับ กิโลเมตรและ 50 สตางค์ เท่านั้น นั่นให้ถือว่าเป็นค่าเดินทางที่ถูกมาก หากเทียบกับรถอีโค่คาร์ปัจจุบัน อาจจะต้องใช้ค่าน้ำมันมากกว่านี้ แน่นอน

Nissan LEAF

พละกำลังมากกว่า

มอเตอร์ไฟฟ้ามีข้อดีในแง่การตอบสนองการขับขี่ที่ดีกว่า จากมอเตอร์ไฟฟ้า ถ้าตรวจสอบรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายในไทย จะพบ่า เกือบทุกรุ่นจะมีกำลังขับมากกว่า   150   แรงม้าขึ้นไป (ยกเว้น   Fomm One) และด้วยความสามารถของมอเตอร์ไฟฟ้า มันจึงมาพร้อมกับแรงบิดที่ดีกว่าเครื่องยนต์สันดาปปกติ ทำให้สามารถออกตัวได้อย่างรวดเร็ว เร่งแซงทันใจ กว่า เครื่องยนต์ที่ต้องมานั่งลากรอบเครื่องยนต์

 

เติมพลังงานที่ไหนก็ได้

รถยนต์สันดาปปกติ เรามีข้อจำกัดอยู่บางประการ คือเวลาเติมน้ำมัน จะต้องไปที่สถานีบริการน้ำมันเท่านั้น เว้นแต่คุณมีปั้มน้ำมันส่วนตัวที่บ้าน ซึ่งจริงๆ ก็คงไม่มีใครทำหรอก

การเติมน้ำมันแม้จะเป็นสิ่งที่เราคุ้นชิน หากความจริง คือหลายครั้งมันทำให้เราเสียเวลา เช่นเวลาเร่งรีบไปทำงาน ,ไปธุระ ถ้าคุณไม่ใช่คนเติมเต็มถังไว้ตลอดเวลาก็ต้องแวะปั้มระหว่าง ก่อนไปถึงที่หมาย

เรื่องนี้จะกลับตาลปัตรทันทีที่คุณใช้รถยนต์ไฟฟ้า มันสามารถเติมไฟฟ้าที่ไหนก็ได้ ตราบที่มันมีจุดชาร์จให้บริการ อาจจะในร้านอาหาร,ในห้างสรรสินค้า , ข้างทาง หรือ จะเป็นที่บ้านของคุณเอง

นั่นช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นทันที เพราะต่อไปนี้คุณไม่จำเป็นต้อง เข้าปั้มน้ำมันอีกต่อไป ช่วยลดการเสียเวลาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

คุณมีส่วนช่วยลดมลพิษ

การใช้รถยนต์ไฟฟ้าในไทย อาจจะเป้นที่ถกเถียงกันในบรรดาโลกโซเชี่ยลว่า มันเป็นการลดไอเสียจอมปลอมเท่านั้น

แต่ที่จรงก็มีการพิสูจน์แล้วว่า รถยนต์ไฟฟ้าสามารถลดมลพิษต่างๆ ได้จริง และลดได้หลายอย่างมากกว่า แค่การปล่อยไอเสียเท่านั้น

มลภาวะไอเสียอาจจะเป็นที่พูดมากในรถยนต์ไฟฟ้า แต่ที่จริงแล้วมันลดมลภาวะทางเสียงได้ด้วย ในอีกทาง นอกจากนี้บริษัทรถยนต์หลายรายมีความพยายามอย่างหนักในการทำให้รถยนต์ไฟฟ้า เป็นรถที่สามารถผ่านกระบวนการรีไซเคิลได้ง่าย เวลามันหมดอายุการใช้งานแล้ว

หากคุณ อยากลองศึกษา รถยนต์ไฟฟ้า ปล่อยไอเสียน้อยกว่า รถน้ำมันได้อย่างไร สามารถติดตามอ่านได้ที่นี่

 

เสียงรบกวนน้อยกว่า

 

เมื่อสักครู่เราพูดถึงเรื่องการลดมลภาวะทางเสียง มันเป็นไปได้ เนื่องจากเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้า ไม่ได้ใช้การจุดระเบิด หรือสันดาปในการขับเคลื่อนนั่นเอง

การใช้มอเตอร์ไฟฟ้าทำให้มีเสียงรบกวนจากการทำงานน้อยกว่าเครื่องยนต์สันดาปที่เราใช้ ยิ่งเราวิ่งรถในความเร็วต่ำ รถจะเงียบมากในการขับขี่

จนทางยุโรป ที่นิยมรถยนต์ไฟฟ้าอย่างมาก ออกกฎให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าต้องติดตั้งเสียงจำลอง สำหรับเตือนคนภายนอก เมื่อขับในความเร็วต่ำด้วย

ได้เวลาจัดระเบียบการเดินทาง

ปกติเวลาเราใช้รถน้ำมัน ที่มีปั้มน้ำมันทุกหนทุกแห่ง บางทีก็สร้างนิสัยเสียว่าเราจะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจจะขับรถไปไหนก็ได้ ไม่ต้องกังวลในการขับขี่

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าต่างออกไป เนื่องจาก แบตเตอร์รี่มีระยะทางต่อการชาร์จที่แน่นอน นั่นทำให้คุณจำเป็นต้องวางแผนในการเดินทาง แม้จะดูเป็นข้อเสียมากกว่าข้อดี แต่ลองคิดว่ อย่างน้อยคุณมีโอกาสจะจัดระเบียบชีวิตตัวเอง ให้ยุ่งเหยิงกว่าที่เป็นอยู่น้อยลง

 

ปลอดภัยกว่าในการขับขี่

ในต่างประเทศมีการเปิดเผยว่า รถยนต์ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าในการขับขี่ เนื่องจากการใช้แบตเตอร์รี่แทนน้ำมัน ทำให้โอกาสที่เกิดประกายไฟ จนเกิดการระเบิด

รถยนต์ไฟฟ้าเป็นคนละเรือง ใช่ แบตเตอร์รี่สามารถลัดวงจรได้ ในกรณีที่คุณใช้รถไปนาน แล้วเกิดการเสื่อมสภาพ และสามารถเกิดไฟไหม้ได้ แต่การเกิดไฟไหม้ของรถยนต์ไฟฟ้า สามารถจำกัดพื้นที่และอยู่ในขอบเขตได้

ในแง่การชน  NHTSA   เคยออกมารายงานว่าจากการทดสอบรถยนต์อย่าง  Tesla Model S  มีประสิทธิภาพในการปกป้อง เช่นเดียวกับรถยนต์ขนาดเดียวกันที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน

นอกจากนี้ ถ้าคิดว่า ในการณีชนอย่างรุนแรง ชิ้นส่วนที่สำคัญ อย่างเครื่องยนต์ จะไม่เข้าร่วมปะทะกับคนในรถ เนื่องจาก มอเตอร์ไฟฟ้าถูกวางอยู่ที่เพลาขับ ส่วนแบตเตอร์รี่ก้มักถูกวางไว้ใต้ท้องรถ

 

ค่าพลังงานถูกกว่า

ถ้ามาดูให้ดี รถยนต์ไฟฟ้า ใช้พลังงานในการขับเคลื่อนถูกกว่า รถน้ำมันพอสมควร ค่าไฟฟ้าตกหน่วยละ  4   บาท และเคยมีรายงานว่า จะมีค่าไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่อาจจะประกาศออกมาจากภาครัฐบาล เหลือเพียง หน่วยละ  2.6  บาทเท่านั้น

ขณะที่น้ำมันปัจจุบัน มีค่าใช้จ่ายลิตรละ 23  บาท นั่นทำให้ค่าใช้จ่ายถูกกว่าอย่างเห็นๆ จึงทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้ามีราคาถูกกว่าด้วย

การรับประกันชิ้นส่วนสำคัญ นานกว่า

ท้ายสุด ถ้าเทียบกับรถยนต์ปกติทั่วไป รถยนต์ไฟฟ้ามีการรับประกันชิ้นส่วนสำคัญ นานกว่าอย่างชัดเจน แม้ว่า ระบบขับเคลื่อนอย่างมอเตอร์ส่วนใหญ่ จะมีการรับประกัน  5  ปี  หรือ  100,000 ก.ม.​อาจจะมากกว่านี้เปลี่ยนไปตามแต่ละยี่ห้อ

แต่ส่วนใหญ่จะมีการรับประกันชุดแบตเตอร์รี่ ซึ่งเป็นอีกชิ้นส่วนสำคัญแยกออกไปต่างหาก อย่าง  MG   มีการรับประกันแบตเตอร์รี่ นาน 8  ปี หรือระยะทาง  180,000  ก.ม.​ หรือ  Nissan Leaf 8  ปี หรือ ระยะทาง  160,000 ก.ม.​

 

จากทั้งหมด จะเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้า มีข้อดีในการใช้งานมากมาย แม้ว่าตอนนี้ประเด็นสำคัญคือ ความไม่พร้อมของบรรดาจุดชาร์จ แต่ในอนาคตถ้ามีโอกาสก็นับว่าเป็นรถยนต์ที่น่าสนใจเลยทีดียว

 

Comments

comments