0-100 กับ Top Speed สำคัญแค่ไหน ในการซื้อรถยนต์

แบ่งปันเรื่องนี้

ทุกวันนี้การซื้อรถยนต์ให้คุ้มค่า มีหลายปัจจัยที่ควรพิจารณา นอกจากออพชั่น ราคา แล้ว น่าแปลก คนจำนวนไม่น้อยในปัจจุบัน พยายามมองหาตังเลขอัตราเร่ง จากรถยนต์คันที่พวกเขามอง ไม่ว่าจะ 0-100 ก.ม./ช.ม.​ไปจนถึง ความเร็วสูงสุด หรือ Topspeed

ทำไมพวกเราสนใจ อัตราเร่งรถยนต์สักคันมากขนาดนั้น แล้วมันมีความสำคัญ กับการซื้อรถมากขนาดไหนในความจริง

อันที่จริงแล้ว อัตราเร่งของรถ ไม่ว่าจะ 0-100 ,0-160 ไปจนถึง 80-120 ก.ม./ช.ม. เป็นวิธีการวัดความสามารถของรถรูปแบบหนึ่ง ในแง่การตอบสนองต่อการขับขี่ ว่าจะทำออกมาได้ดีมากแค่ไหน เมื่อลูกค้าไปใช้งาน

เดิมที การวัดอัตราเร่ง ทำในเพียงรถสปอร์ตชั้นนำ เท่านั้น เนืองจากว่า รถเหล่านั้น เป็นรถที่มุ่งเน้นสมรรถนะในการขับขี่ การเอาสถิติ อัตราเร่งมาโชว์ ต่อหน้าลูกค้าที่บ้าพลัง ต้องการที่สุดความสามารถในการขับขี่ ยิ่งทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้น เมื่อต้องไปเปรียบเทียบกับคู่แข่ง ที่ทำรถออกมาขายในรูปแบบเดียวกัน

ตัวเลข 0-100 ก.ม./ช.ม.​หรืออย่างในอเมริกา คือ 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-96 ก.ม./ช.ม.) จึงถูกนำมาแสดงกับลูกค้า และมีการกล่าวอ้างและเคลม ความสามารถเป็นประจำ

ความเร็วสูงสุด ก็ไม่ต่างกัน มันแสดงถึงความสามารถของรถที่เหนือกว่าคู่แข่ง เมื่อคุณต้องจัดหนัก วางมวยกับรถคันอื่น นั่นหมายความว่า คุณไปได้เร็วกว่าชาวบ้าน ที่อาจจะซื้อรถรุ่นอื่นในคลาสเดียวกัน

ตัวเลขเหล่านี้ เป็นการแสดงข้อมูล สมรรถนะในการขับขี่ ของรถได้เป็นอย่างดี คล้ายๆ กับตัวเลขแรงม้าแรงบิด เครื่องยนต์ ที่ทำให้ดุเหนือชั้นกว่ารถรุ่นอื่น หรือคู่แข่ง นั่นเอง

ที่จริงแล้วในอดีต ตัวเลข 0-100 ไม่ค่อยมีความสำคัญในการซื้อรถเท่าไร อาจจะด้วยการต้องใช้เครื่องมือที่แม่นยำในการวัดด้วย ปัจจุบัน เทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้การวัดอัตราเร่ง ง่ายขึ้นมาก ไม่เพียงแค่วิธีโบราณ ใช้นาฬิกาจับเวลาเท่านั้น ยังสามารถเอาข้อมูล OBD II ในรถ เชื่อมกับโปรแกรมในมือถือ ออกมาเป็นตัวเลขอย่างง่ายดาย

ใครมีงบประมาณมากสักหน่อย มักจะใช้กล่องระดับผู้เชี่ยวชาญ V-Box ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก จากวงการมอเตอร์สปอร์ต ว่ามีความแม่นยำสูง

แต่สำคัญที่สุด ในการทดสอบอัตราเร่ง ต้องทำอย่างมีมาตรฐาน การจะรู้ว่ารถแต่ละรุ่น มีอัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. มีความได้เปรียบมากน้อยแค่น้อย ต้องทำภายใต้ภาวะ น้ำหนักในรถเท่าๆ กัน , ลักษณะถนนเดียวกัน ดีที่สุด ในอุณหภูมิอากาศเดียวกัน และยิ่งดีไปอีก ถ้าทำด้วยยางยี่ห้อและรุ่นเดียวกัน

เรื่องการทดสอบอัตราเร่ง มีความละเอียดอ่อนมาก ไม่ใช่ คิดจะไปทำที่ไหนก็ได้ ต้องมีความแม่นยำสูง เพื่อวัดผล โดยเฉพาะความราบเรียบของเส้นทาง ซึ่งปัจจุบัน กลายเป็น ทำอัตราเร่งกัน โดยขาดมาตรฐานในการวัด ตามที่ควรจะเป็น

แล้วมันสำคัญ กับการซื้อรถยนต์สักคันแค่ไหน …

สำหรับคนทั่วไป และรถใช้งานปกติ เช่น รถกระบะ , รถอเนกประสงค์ ไปจนถึง อีโค่คาร์ ต้องพูดตามตรงว่า อัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. นั้น ไม่ได้มีความสลักสำคัญสักเท่าไรนัก

มันไม่ได้วัดความคุ้มค่าของตัวรถ กับเงินที่คุณจ่ายไป แต่สาเหตุที่บรรดาสื่อต่างๆ รวมถึง Ridebuster เราเอง ทำอัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. และความเร็วสูงสุด อยู่บ่อยครั้ง นั้นเพื่อเก็บข้อมูลไว้สำหรับการเปรียบเทียบสมรรถนะในการขับขี่เท่านั้น เพื่อตัดสินความสามารถของรถรุ่นนั้นๆ เมื่อ จำเป็นต้องเปรียบเทียบกับรถรุ่นอื่นในมุมของผู้เชี่ยวชาญในการขับขี่ รวมถึง ตรวจสอบความสามารถของรถที่เคลมจากโรงงานในบางกรณี เช่นรถสปอร์ต อาจจะมีการเคลมตัวเลขเหล่านี้ออกมา มันอาจจะมีความคลาดเคลื่อนกับเมืองไทย ที่มีภาวะ อากาศต่างกัน

อัตราเร่ง ที่คนส่วนใหญ่ได้ใช้มากที่สุดคือ อัตราเร่ง 80-120 เพราะ คุณ ใช้ตอนเร่งแซง

ความเป็นจริง น้อยครั้งมากที่คุณ จะได้ใช้ประโยชน์จากอัตราเร่งยาวๆ หรือ กระทั่งท๊อปสปีด ลองจินตนาการว่า ภรรยาคุณนั่งแป้นแล้น อยู่ข้างๆ คุณติดไฟแดงข้างหน้าคันแรก คุณรู้ว่า รถที่ใช้ มีอัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. ในเวลา 8 วินาที จะออกตัวหลังติดเบาะให้มันสะใจ คงจะต้องเกรงใจภรรยา

ในทางเดียวกันความเร็วสูงสุด ถ้าคุณไม่ใช่นักขับตัวยง คงไม่มีทางกระทืบคันเร่งไปความเร็วสูงสุดแน่ๆ จะมีสักกี่ครั้งที่จะได้ใช้ความเร็วสูงสุดของรถ ยกเว้นในเวลาฉุกเฉินหน้าสิ่วหน้าขวาน หรือไม่คุณก็เป็นสายซิ่งตัวจริง

และที่จริง อัตราเร่งเหล่านี้ ไม่ได้มีผลกับชีวิตคุณมากเท่ากับออพชั่นภายในรถ ที่คุณสามารถจับต้องและได้ใช้งานทุกวัน เป็นประจำ มันเป็นเพียงตัวเลขที่สะท้อน แล้วเอาไว้คุยโวกันมากกว่า คล้ายกับแรงม้า

รถแรงม้ามากหมายถึง รถที่แรงกว่าถ้ามองอย่างง่ายๆ แต่ถ้าคุณจบวิศวกรรมยานยนต์ แล้วมองลึกลงไปอีก เครื่องยนต์ไม่ใช่ทุกอย่างของรถ มันยังมีเรื่องน้ำหนักเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงการตอบสนองของช่วงล่าง ที่จะชี้ขาดว่า รถคันนั้นๆ วิ่งเร็วมากน้อยแค่ไหน ด้วย

ตัวเลขอัตราเร่ง ก็คล้ายกัน เอาไว้พูดกับเพื่อให้มันดูดี เฮ้ย รถเรานะเร่ง เราออกตัวเร็วกว่าคนอื่น แต่ถ้าคุณคิดถึงความจริงว่าตัวเลขที่แตกต่างกันเพียง 2- 3 วินาที เมื่อเทียบกับคู่แข่ง มันก็หมายความว่ายังเกาะกลุ่มไปด้วยกัน กับรถประเภทเดียวกัน ไม่ได้ ต่างกันมากมาย ซึ่งที่จริงแล้ว ผู้ผลิตส่วนใหญ่จะผลิตรถคลาสเดียวกัน ให้มีการตอบสนองไม่ต่างกัน น้อยครั้งมาก จะพบว่ามันบ้าพลังโดดเด่นไปเลย

ถ้าให้ลำดับความสำคัญ อัตราเร่งที่คนทั่วไปใช้บ่อยคือ 80-120 ก.ม./ช.ม.เนื่องจาก คนส่วนใหญ่มักจะต้อง เร่งแซง รถคันข้างหน้าเป็นประจำ โดยเฉพาะ ในถนนประเภท 2 เลนสวน ตามมาด้วย 0-100 ส่วน ความเร็วสูงสุด แทบไม่ได้มีอะไรสำคัญ กับการขับขี่ในชีวิตประจำวันของคุณเลยด้วยซ้ำไป

สุดท้าย อัตราเร่ง 0-100 กับ ท๊อป สปีด ว่าตามจริง มีความสำคัญกับการซื้อรถยนต์ใช้งานทั่วไปน้อยมาก คงไม่ใครออกตัวเอี๊ยดไฟแดงทุกครั้ง ขับเร็วมันตลอดทุกวัน ตัวเลขเหล่านี้ อาจจริงที่มันแสดงสมรรถนะการขับขี่ของรถให้ประจักษ์ มากกว่าตัวเลขแรงม้า แต่ถ้าเลือกจะเชื่อตัวเลข 0-100 ก.ม./ช.ม. จากที่ไหนสักแห่ง ก็ต้องจำไว้ว่า เขามีมาตรฐานมากแค่ไหนในการทดสอบ อย่างที่เราได้ กล่าวไปแล้วข้างต้นด้วย

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments