E:HEV ระบบไฮบริด ฮอนด้า … ทำงานอย่างไร

ในบรรดารถยนต์ไฮบริดที่วางขายในประเทศไทย ระบบไฮบริดของแต่ละค่ายตอบสนองต่างกันไม่เหมือนกัน พวกมันเปลี่ยนไป ตามความต้องการ และรูปแบบการใช้งานที่วิศวกรรมออกแบบว่าเหมาะสม ฮอนด้าเองก็มีระบบไฮบริดกับเขาเช่นกันมันออกมาในนาม  E:HEV   ชื่อใหม่ที่ถูกปรับเปลี่ยนจให้สะท้อนคุณลักษณะมากขึ้น

ระบบ  E:HEV   เป็นความคิดของฮอนด้า มอเตอร์ ในการสะท้อน ความสามารถของระบบขับเคลื่อน ให้ลูกค้าสามารถเข้าใจได้ง่าย ทันทีที่พวกเขาจะเลือกซื้อรถยนต์จากฮอนด้า ระบบนี้เดิมที เรียกว่า   Sport i-MMD   หรือ Sport Intelligent Multi mode Drive   

e:hev เป็นชื่อเรียกแทนระบบไฮบรดเท่าานั้น มันยังใช้ระบบ Sport i-MMD เหมือนเดิม

ระบบ IMMD   เริ่มแนะนำครั้งแรกใน  Honda Accord Hybrid  ก่อนจะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทย มันเป็นการพัฒนาภายใต้แนวคิดใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อน หันมาใช้การขับขี่มอเตอร์ไฟฟ้าในหลายช่วงเวลาการขับขี่ โดยเฉพาะ การจราจรแบบ  Stop and Go   และ ระบบขับขี่ในช่วงความเร็วต่ำ รวมถึงช่วงความเร็วปกติทั่วไป แล้วปล่อยให้เครื่องยนต์มาทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าว และยังสามารถใช้ขับได้ในช่วงเวลาที่ต้องการเดินทางใช้ความเร็ว

ความคิดดังกล่าว ทำให้ระบบ มีการแบ่งแนวทางการทำงานอย่างชัดเจน แตกต่างจากระบบคู่แข่งรายอื่นในตลาด คือทำงานแยกส่วนกันอย่างชัดเจน

ตัวระบบประกอบด้วย

  • เครื่องยนต์
  • มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว แบ่งเป็น มอเตอร์สำหรับขับ (Drive Motor)  และ เครื่องยนต์สำหรับปั่นไฟฟ้า  (Generator Motor)
  • คลัทช์ ที่ต่อตรงกับเครื่องยนต์ และ ชุดมอเตอร์ขับ
  • แบตเตอร์รี่ ลิเธียมไออออน

หลักการทำงานของระบบ  i-MMD  ไม่ซับซ้อน มากนัก มันจะแบ่งภาคการทำงาน ออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่

  • EV Drive Mode   โหมดการขับขี่ในช่วงออกตัว และความเร็วต่ำ ทำงานโดยอาศัยมอเตอร์ไฟฟ้า ในการขับเคลื่อนตัวรถ อาศัยพลังงานไฟฟ้าที่เก็บสะสมในแบตเตอร์รี่ นำมาใช้ในการให้พลังกับมอเตอร์ไฟฟ้า  มันมีความสามารถในการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนๆ เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ระยะทางไม่ไกล และไม่ได้ใช้ความเร็วในการขับขี่ มากนัก
  • Hybrid Drive Mode   โหมดการขับขี่ด้วยระบบผสมผสาน แนวทางของฮอนด้าในโหมดนี้จะต่างจากคู่แข่ง ไปสักหน่อย
    • ระบบจะทำงานโดยติดเครื่องยนต์ขึ้นมา เพื่อขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าปั่นกระแสไฟ หรือ  Generator Motor   ให้พลังไปยังแบตเตอร์รี และหรือ มอเตอร์ไฟฟ้า ที่ใช้ขับเคลื่อน ว่าง่ายๆ ทั้งปั่นทั้งขับไปพร้อมกัน แต่กำลังเครื่องยนต์จะไม่ได้ขับลงล้อเลย ในโหมดนี้
    • มันทำหน้าที่ เป็นเพียงเครื่องยนต์ปั่นไฟฟ้าเท่านั้น เพื่อให้พลังไฟฟ้าเพียงพอต่อการใช้งานของมอเตอร์ไฟฟ้า
    • โหมดนี้ ออกแบบมาสำหรับการขับด้วยความเร็วปานกลาง เช่นการวิ่งด้วยความเร็ว สลับการติดไฟแดง หรือ ขับเดินทางต่อเนื่องด้วยความเร็ว ปานกลาง ตั้งแต่ 60 ก.ม./ช.ม .ไปจนถึง 120 ก.ม./ช.ม.  โดยประมาณ
  • Engine Drive Mode   โหมดนี้ เครื่องยนต์ จะรับหน้าที่ออกโรงขับเคลื่อนลงล้อโดยตรง จะเดขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูงต่อเนื่องยาวๆ เท่านั้น วิศวกร ให้เหตุผลว่า ที่ระบบใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อน เนื่องจากให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ดีกว่าระบบขับเคลือนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า
    • เมื่อขับด้วยความเร็ว มอเตอร์จะกินไฟฟ้าเยอะ และเสียกำลังเครืองยนต์ปั่นไฟยังแบตฯ และมอเตอร์มากขึ้น ดังนั้น ทางที่ดีที่สุด คือใช้เครื่องยนต์ในการปั่นลงล้อจะดีกว่า

จุดสำคัญอีกอย่างของระบบ  i-MMD   คือ ระบบจะทำหน้าที่ในการเปลี่ยนถ่ายแต่ละระบบอย่างนุ่มนวล และไม่มีรอบต่อในการเปลี่ยนโหมด ลูกค้าสามารถขับรถได้อย่างสบายใจ ระบบจะทำการประมวลผลเอง โดยประเมินจากหลายๆ อย่าง อาทิ ความเร็วที่ลูกค้าใช้ ลักษณะการเหยียบคันเร่ง เป็นต้น

การทดลองระบบ E:HEV ใช้งานจริง .. .

เมื่อไม่นานมานี้ เราได้มีโอกสาวขับรถ  Honda  City e:HEV  ใหม่ล่าสุด มันใช้ระบบเดียวกัน ในการขับเคลื่อน แตกต่างตรงมันใช้เครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กกว่า ใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แทนที่เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ที่แนะนำในฮอนด้า แอคคอร์ด

ตอนออกตัวและขับในเมือง ระบบจะทำงาน โดยพึ่งพามอเตอร์ไฟฟ้า เป็นหลัก อย่างเห็นได้ชัด การเลือกโหมด จากที่เห็นจะสลับ อยู่เพียง 2 โหมด เท่านั้น คือ โหมด  EV  และ  โหมด Hybrid   

Honda City e:HEV

โหมด EV   จะใช้ตั้งแต่เริ่มออกตัว และทำความเร็วไต่มาถึง 60 ก.ม./ช.ม. จะใช้ได้นานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ ปริมาณประจุไฟฟ้าในแบตเตอร์รี่ว่าเลือกมากน้อยแค่ไหนก่อนหน้านี้ 

มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่ขับเคลื่อน และเมื่อเราถอนคันเร่ง ก็จะทำหน้าที่ปั่นเก็บพลังขับมาแปรเป้นไฟฟ้าเข้าแบตเตอร์รี่ด้วย โหมดนี้จะมีประสิทธิภาพมากในการขับขี่ที่จราจรหนาแน่น เขตเมือง มีไฟแดงได้เหยียบเบรกบ่อยครั้ง 

เมื่อระดับพลังงานเหลือต่ำมาก อาทิ ในกรณีรถติดหยุดนิ่งเป็นระยะเวลานาน ระบบ จะทำการปรับโหมดมาเป็นไฮบริด เครื่องยนต์จะติดขึ้นมาปันไฟเข้าแบตเตอร์รี่ ราวๆ 1-2 นาที แล้วแต่ว่าไฟเหลือมากน้อยแค่ไหน ในระหว่าง เครื่องยนต์ทำงาน เราก็สามารถขับรถไปได้ตามปกติไม่มีอะไร

ไฮบริดโหมด จะทำงานชัดขึ้น เมื่อคุณเริ่มใช้ความเร็ว อาทิ วิ่งบนทางด่วนในเมือง ในความเร็ว ตั้งแต่ 60-90 ก.ม./ช.ม. และใช้งานได้ไปถึงช่วงความเร็วเดนิทางต่างจังหวัด 100-110 ก.ม./ช.ม.

เมื่อพ้น ความเร็ว 110 ก.ม./ช.ม. ขึ้นไป ในกรณีขับด้วยความเร็วคงที่ เช่น ล็อค Cruise Control   หรือ คุณเท้าเบา เหยียบคันเร่งนิ่งๆ ระบบจะตัดเข้าการทำงาน แบบ   Engine Drive Mode   ทันที เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่  ให้ตอบการใช้งานดีขึ้น 

แต่จากที่ลองขับหลายครั้ง เราพบว่า  Engine Drive Mode  จะโผล่มาน้อยมาก และใช้งาน เมื่อความเร็วสูงกว่า 120 ก.ม./ช.ม. จริงๆ  

นั่นหมายความว่า เครื่องยนต์ จะทำงานเพียง ช่วงความเร็วสูงมาก ซึ่งในชีวิตจริง เราจะขับความเร็วสูงน้อยครั้ง เว้นแต่คุณจะขับต่างจังหวัด วิ่งทางยาวๆ ก็คงไม่นานนักไม่งั้นใบสั่งถึงบ้านมีที่ระลึก จากตำรวจทางหลวงเป็นของฝากทันที 

ระบบ  e:HEV   ของฮอนด้า จากที่ลองขับ มันเป็นระบบขับเคลื่อน ที่มีการทำงานแบบแยกส่วนอย่างชัดเจน  วีธีการทำงานเน้นการใช้ประสิทธิภาพสูงสุดของแต่ละระบบ ในจุดที่คุ้มทุนพลังงานที่สุด

ใครที่สนใจจะซื้อรถไฮบริดสักคัน เน้นว่าจะขับประหยัด ระบบ Honda  e:HEV  ถือเป็นหนึ่งในคำตอบที่อาจจะเหมาะกับสิ่งที่ต้องการก็ได้  

Comments

comments