เครื่องยนต์สันดาป ทำไม ไม่ตาย ในยุคที่คนเริ่มอยากได้ รถยนต์ไฟฟ้า

แบ่งปันเรื่องนี้

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว น่าจะเรียกว่า เป็นข่าวที่ฮือฮาที่สุดในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ หลังจากทางค่าย โตโยต้า ออกมาเปิดเผยว่า ได้ทุ่มงบในการพัฒนาเครื่องสันดาป 4 สูบแถวเรียงรุ่นใหม่กว่าหมื่นล้านบาท

ทันทีที่ข่าวนี้ออกไป หลายคนต่างแสดงความคิดเห้นในทิศทางต่างๆนาน โดยเฉพาะคนใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือผู้ที่กำลังสนใจอาจจะมองว่า โตโยต้าต้า ล้าหลัง เดี๋ยวก็เป็นล้มเหลว แบบหลายบริษัทดังในอดีต อะไรทำนองนั้น

ที่จริงแล้ว โตโยต้า อาจมองอะไรลึกว่านั้น เครื่องยนต์สันดาป อาจไม่ได้ตายอย่างที่หลายคนคิด แค่กลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเท่านั้น วันนี้เรามาเช็คกันว่า เหตุใด ทำไม เครื่องยนต์สันดาป ยังอยู่ยงคงกระพัน และ ค่ายรถยนต์ชั้นนำ หลายเจ้า ก็ยังมีความคิดคล้ายๆ กันด้วย

1.ยังง่ายต่อการใช้งาน

แม้ว่าเครื่องยนต์สันดาป จะมีปัจจัยแปรปรวน จากราคาน้ำมัน ที่ขึ้นลง ตามกระแสสังคม และสภาพดศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงการจัดเก็บภาษี

หากการใช้รถยนต์เครื่องสันดาป ก็ได้รับการยอมรับทั่วโลก แล้วว่า มันยังง่ายต่อการใช้งาน รวมถึงการบำรุงรักษา โดยเฉพาะกับการใช้งานในระยะยาวด้วย สิ่งที่คุณต้องทำ คืออย่าให้น้ำมันหมดถังเท่านั้น และแม้แต่ในชนบทที่ห่างไกล ชีวิตคนเมือง ก็ยังพอจะหาปั้มน้ำมันได้ ยกเว้นในป่าเท่านั้น

2.คนต้องการรถสันดาปอยู่

สาเหตุ ที่คนยังต้องการรถสันดาปอยู่ มีหลายองค์ ประกอบสำคัญด้วยกัน

ข้อแรก คนใช้รถคันเดิม ที่ใช้รถมานานหลายปีแล้ว อาจมองว่า ถึงเวลาเที่พวกเขาต้องการเปลี่ยนรถ ใช่ มีคนจำนวนไม่น้อย อาจจะมองว่า ซื้อทั้งที ต้องรถยนต์ไฟฟ้าไปเลย คำถามคือ แล้วคนที่ไม่ได้ใช้ชีวิตในเมืองล่ะ ? คนต้องใช้รถเดินทางล่ะ พวกเขาจะต้องถูกบังคับไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้าหรือ

ต้องยอมรับว่า รถยนต์ไฟฟ้า ยังไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่ต้องเดินทางบ่อยๆ

ข้อต่อมา รถยนต์ไฟฟ้ายังไม่ตอบโจทย์ในการใช้งานบางรูปแบบ อาทิ การใช้งานทางด้านการบรรทุก ,การใช้งานในพื้นที่ห่างไกล ยังเป็นที่ยอมรับว่า รถยนต์ไฟฟ้านั้นจะอาจจะยังไม่เหมาะ รวมถึง คนที่อยู่ตามต่างจังหวัด ในอำเภอที่ความเจริญอาจจะยังไม่มากนัก จะให้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ก็คงยังจำนวนน้อยที่อยากจะเสี่ยงดู

ท้ายสุด กลุ่มคนที่ต้องการสมรรถนะในการขับขี่แบบสุดขั้ว รถยนต์ไฟฟ้า อาจถูกจารึกว่าอัตราเร่ง เร็วแรง เร้าใจ บางรุ่นเหยียบทีอย่างกับเครื่องบินเทคออฟ แต่ทั้งหมดก็ไม่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากมายนัก ถ้าคุณอยากไปมากกว่า 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาจต้องซื้อรถราคาหลายล้านบาท

นั่นไม่ใช่กับรถสันดาป เพราะเครื่อง 1.0 เทอร์โบ ก็เพียงพอ พาคุณแล่นผ่านความเร็ว 180 สบายๆ

3.เทคโนโลยีตัวช่วยเยอะกว่า

เป็นที่ยอมรับกันในทั่ววงการอุตสาหกรรมยานยนต์ ว่า เครื่องสันดาป สามารถนำไปประยุกต์พลิกแพลง ได้มากมาย เพื่อทำให้มันมีประสิทธิภาพในการใช้งานสูงขึ้น อย่างที่เราเคยเขียนบทความไป ในเรื่อง 7 วิชามาร อัพ เครื่องสันดาปภายใน สู้ศึกสูญพันธ์

เครื่องยนต์สันดาป สามารถนำมาพัมนาเป็นเครื่องยนต์ สำหรับระบบไฮบริด และมีตัวช่วยมากมายหลายหลาก

เครื่องสันดาป ถูกพลิกแพลง พัฒนาให้ตอบสนองได้มากมายหลายอย่างมากขึ้น อาทิ การนำไปทำเป็นเครื่องยนต์ไฮบริด ตั้งแต่ระบบ Mild Hybrid ไป Full Hybrid , การพัฒนาการสันดาป , และในกรณี โตโยต้า พวกเขาคิดแล้วว่า อาจจนำเครื่องยนต์สันดาปไปทำการสันดาป ไฮโดรเจน ที่มีความสะอาดได้

รวมถึงค่ายรถยนต์ทางยุโรป บางเจ้า อย่างปอร์เช่ ยังมีการศึกษาพัฒนา เทคโนโลยี น้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์ ที่กล่าวกันว่า จะสามารถทำให้การสันดาปสมบูรณ์กว่าทุกวันนี้ และอาจจะลดคาร์บอนเป็น 0 ในการขับขี่ ทั้งยังให้สมรรถนะมากขึ้น

นั่นจะเห็นได้ว่า ในขณะที่เราคิดว่าเครื่องยนต์สันดาปจะตาย พวกมันกำลังถูกคืดค้นศึกษา และพัฒนาให้ล้ำสมัยกว่าที่เรารู้จักมากขึ้น ในทุกวัน เพื่อโลกที่ดีกว่า

ดังนั้น แนวทาง เครื่องสันดาป ถูกพัฒนาทั้งให้มันมีศักยภาพมากขึ้น และ ยังมีการจัดกาแหล่งพลังงานสะอาดใหม่ๆ ด้วย

4. ไม่ใช่ทุกคน ทุกประเทศ เหมาะกับรถยนต์ไฟฟ้า

ต้องยอมรับก่อนว่า รถยนต์ไฟฟ้าเป็นที่ต้องการของหลายคน ที่เข้าใจและคิดว่ามันเหมาะสมกับการใช้งานของตัวเอง แต่ไม่ใช่ทุกคน หรือ ทุกประเทศเหมาะกับมัน

มาสด้า เป็นหนึ่งในบริษัทที่ออกมาพูดเรื่องนี้ เป็นรายแรกๆ ภายใต้แนวคิดที่เรียกว่า Well to Wheel แนวคิดที่บอกว่ารถยนต์ที่สามารถลดการปล่อยไอเสียได้ อาจไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะขั้นตอนการลดการปล่อยไอเสีย ไม่ใช่อยู่ที่แค่การใช้งานของลูกค้า

ขั้นตอนในการผลิตรถยนต์ ก็สำคัญมาก ในกรณี รถยนต์ไฟฟ้า ขั้นตอนการผลิตแบตเตอร์รี่ เป้นที่ยอมรับว่ามีความซับซ้อนและปล่อยมลภาวะเยอะ ดังนั้น ถ้าจะคำนวนไอเสียรถยนต์ไฟฟ้า ก็ควรต้องคำนวน ตั้งแต่กระบวนการผลิตเข้าไปด้วย ซึ่งอาจด้อยกว่ารถยนต์สันดาป โดยเฉพาะการใช้งานระยะสั้น

นอกจากนี้ การใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้ ไม่ว่ากับคุณ หรือ กับสังคมใดๆ ต้องมีการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐาน อย่างจุดชาร์จ ให้ครอบคลุม เพียงพอต่อการใช้งานด้วย อย่างถ้าใช้งานเองที่บ้าน ก็ต้องศึกษา ความพร้อมของระบบไฟที่บ้านให้ดี ไม่ได้เหมือนรถสันดาป อยากได้ก็ซื้อขับมาจอดที่บ้านได้เลย มันต้องมีความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานก่อนด้วย

สำคัญยิ่งกว่ารถยนต์ไฟ้าจริงแล้ว ก็ไม่ได้ราคาถูกหลายคนจับต้องได้ ราคาของมันจริงๆ ค่อนข้างแพง ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐบาล ก็ยากที่ราคาจะอยู่ในจุด ที่สามารถเอื้อมถึงได้อย่างที่หลายคนกำลังตื่นเต้นในวันนี้

การใช้รถยนต์ไฟฟ้า ไม่ใช่คิดจะซื้อใช้ได้เลย ต้องมีการศึกษา เรื่องระบบไฟฟ้า ก่อนติดตั้งตู้ชาร์จไฟฟ้า ด้วย

ยิ่งกว่านั้น พฤติกรรมการใช้รถของแต่ละคน ไม่เหมือนกัน ถ้าคุณเดินทางจากบ้านไปทำงาน แวะนอกทางบ้างนิดหน่อย ชีวิตวนลูป อาจจะเหมาะกับรถยนต์ไฟ้า อันนี้ผมไม่มีข้อข้องใจแต่ประการใด ที่จะเหมาะสมต่อการใช้งานรถยนต์ไฟ้า

กลับกัน ถ้าการเดินทางของคุณต้องเดินทางไกล ขับยาวๆ หรือ วันๆ ไปหลายที่ไม่มีจุดหมาย และระยะทางในการใช้งานแน่นอน การใช้รถสันดาปที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง อย่างไฮบริด อาจจะมีความเหมาะสมมากกว่า

และถ้ามองสูงไปในระดับโลก จะพบว่า จำนวนคนซื้อรถยนต์ไฟฟ้ายังไม่เยอะ แล้วในประเทศที่รายได้น้อย พวกเขาจำเป็นหรือ ที่ต้องใช้รถยนต์ไฟฟ้า สภาพสังคมการใช้งานที่มีความหลากหลาย ดังนั้น รถสันดาป ยังเป็นทางเลือกที่จำเป็นของใครหลายคน อย่างไม่ต้องสงสัย

5. อย่ามุ่งเทคโนโลยีเดียว

อันที่จริง โตโยต้า เป็นหนึ่งในบริษัทที่คิดลึกคิดไกล กว่าที่เราลายคนคิด เมื่อปลายปีที่แล้ว ทางนาย โตโยดะ เคยออกมาพูดให้หลายประเทศ ตระหนักว่า การใช้เทคโนโลยีเดียวแก้ปัญหา สิ่งแวดล้อมภาวะโลกร้อน ไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง

แนวคิอทางโยต้า คือ ควรใช้เทคโนโลยี ที่มีความหลากหลายแก้ปัญหา ใครพร้อมอะไรใช้อันนั้น เช่น คุณอยู่ในเมือง ขับรถบ้านที่ทำงาน ควรซื้อรถยนต์ไฟฟ้า , คุณเดินทางบ่อย เส้นทางไม่แน่นอน บ้านอยู่เขตเมือง ตามต่างจังหวัด อาจจะ รถไฮบริด หรือ อย่างคุณวันธรรมดา ชีวิตคนเมือง วันเสาร์อาทิตย์ออกเที่ยว รถยนต์ไฮบริดเสียบปลั้กอาจจะเหมาะสม

รถยนต์ไฟฟ้า อาจจะลดปล่อยไอเสียได้ผลที่สุด แต่ไม่ใช่ทุกคนจะพร้อมซื้อรถยนต์ไฟฟ้า

ไม่เพียงแค่นี้ ทางโตโยต้า ยังมองว่า รถยนต์ไฟฟ้า อาจช่วยลดการปล่อยไอเสียได้จริง แต่ค่าเทคโนโลยีก็ยังสูง และยังไม่ใช่เทคโนโลยีที่มีการพิสูจน์การใช้งานในระยะยาว เช่น การเสื่อมแบตเตอร์รี่ , การเสื่อมของมอเตอร์

หรือกระทั่งว่า หลังจาก แบตเตอร์รี่หรือ มอเตอร์เสื่อม ต้องนำไปทำลาย หรือ กำจัดอย่างไร

ในมุมโตโยต้า จึงมองว่า ถ้าเราวางเดิมพัน การลดปล่อยไอเสียในหลายเทคโนโลยี แทนที่จะใช้อย่างที่ดีที่สุดเพียงอย่างเดียว น่าจะช่วยได้มากกว่า ในการลดการปล่อยไอเสีย ได้จากคนทุกกลุ่ม ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

ดังนั้นในภาพรวม จะเห็นว่า แม้เครืองสันดาป จะถูกมองว่า มันปล่อยไอเสัยไม่รักษ์โลก แต่ก็อย่างลืมว่าท้ายที่สุด คนยังต้องการมันด้วยหลายเหตุผล นี่เองจึงเป็นประเด็นว่าทำไม มันยังไม่ตาย และมีการพัฒนาเครื่องยนต์รุ่นใหม่ แม้กระทั่งในวันที่หลายคนพูดว่า ถ้าฉันพร้อมจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments